สหวิชาชีพเร่งสอบปากคำเยาวชน ยิงเพื่อนดับในห้องคอมพ์ เตรียมนำตัวส่งฟ้อง
16 ก.ย. 2565

สหวิชาชีพเร่งสอบปากคำเยาวชน หลังเกิดเหตุนักเรียน ม.3 ถูกยิงดับในโรงเรียน เตรียมนำตัวส่งฟ้องศาลในวันนี้ (16 ก.ย.)
ข่าว
16 ก.ย. 2565

สหวิชาชีพเร่งสอบปากคำเยาวชน หลังเกิดเหตุนักเรียน ม.3 ถูกยิงดับในโรงเรียน เตรียมนำตัวส่งฟ้องศาลในวันนี้ (16 ก.ย.)
16 กันยายน 2565 ความคืบหน้าจากกรณีเหตุ น้องโชค อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทุบรี เสียชีวิตภายในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ โดยมีการระบุว่า สาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ระเบิด ก่อนที่สุดท้ายความจริงจะปรากฏว่าเสียชีวิตจากอาวุธปืนของเพื่อนร่วมชั้นเรียน
อ่านข่าวเพิ่มเติม : ม.3 สารภาพแล้ว ปืนลั่นเจาะหัวเพื่อนดับ คาห้องคอมพิวเตอร์
ล่าสุด เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2565 ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง ได้ประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเข้าสอบปากคำเยาวชนทั้ง 11 คน โดยแบ่งเป็นพยานเพื่อนนักเรียนในห้องเรียน 6 คน และเพื่อนจากนอกโรงเรียน 5 คน โดยมีนายภราดร จรดำ อัยการผู้ช่วย สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์จังหวัดนนทบุรี นักจิตวิทยา จากบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นนทบุรี นักจิตวิทยาจากสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี ผู้ปกครองบุคคลที่เด็กร้องขอให้ร่วมสอบ และพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เดินทางเข้าร่วมสอบปากคำเป็นกรณีเร่งด่วน
พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า จากการสอบถามเด็กเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากปืนลั่น โดยเด็กนักเรียนที่ก่อเหตุได้พกปืนเข้าในโรงเรียน แต่ยังไม่สรุปผลว่ามีเจตนานำปืนมาตั้งใจยิงหรือไม่ ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเด็กนักเรียนที่ก่อเหตุได้ทำปืนตกกระแทกคีย์บอร์ดจนแป้นพิมพ์แตก เป็นสาเหตุทำให้ปืนลั่นใส่เด็กนักเรียนผู้เสียชีวิตเข้าจากด้านหน้าข้างซ้ายบนใบหน้าเพียง 1 แห่ง จนเป็นสาเหตุทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวอีกว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบปากคำจนครบหมดแล้ว ทั้งหมดเป็นเยาวชนซึ่งต้องดำเนินการสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพ โดยตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวกับใคร แต่หากสืบสวนแล้วพบว่าเยาวชนรายใดเข้าไปเกี่ยวข้องร่วมกระทำความผิดก็จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดที่ปรากฏต่อไป เบื้องต้นพบว่าเด็กนักเรียนที่นำอาวุธมามีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน
ส่วนเพื่อนที่เป็นบุคคลภายนอกโรงเรียนอีกประมาณ 4 - 5 คน ที่นำอาวุธปืนมาและนำปืนไปทิ้ง ก็จะมีความผิดไปด้วย ซึ่งหลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วก็พบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือแป้นพิมพ์ระเบิด ตามที่มีรายงานออกไปในตอนแรกตามคำให้การเบื้องต้นของครูผู้สอนในห้องเรียน คาดว่าในวันพรุ่งนี้จะสามารถแจ้งข้อหาเยาวชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
ข่าวล่าสุด