ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันเกิดเหตุ จำเลยออกจากสนามกอล์ฟและอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายในเวลา 20.11 น. 26 มิ.ย.58 โดยไปถึงบริเวณริม ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 48 กับซอย 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. ในเวลา 22.21 น. ทั้งที่ห่างจากสนามกอล์ฟเพียง 37 กม. แต่ใช้เวลาสองชั่วโมงจึงนานเกินไป ที่จำเลยให้การว่าขับเร็ว 80 กม.ต่อชม. และหักหลบรถที่แซงล้ำมาในเลน พยานดูแล้วไม่มีรถขับสวนมาจริง และพบว่าจำเลยขับรถมาเร็วไม่เกิน 30 กม.ต่อชม. และยังมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าศพผู้ตายไม่ได้เกิดจากขับรถไปชนต้นไม้ แต่เกิดจากการถูกตีด้วยของแข็งที่ใต้ศีรษะ เมื่อพิจารณาจากรอยช้ำที่ใบหน้า เปลือกตา ม่านตา อาหารในกระเพาะเชื่อว่านายชูวงศ์ตาย ก่อนเวลา 22.00 น.
นอกจากนี้โจทก์ร่วมและญาติ ได้พบหลักฐานการโอนหุ้นปลอมให้ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์และกลุ่มจำเลยที่ไม่ใช่ญาติ 2 ครั้ง จำนวน 30 ล้านบาท และ 228 ล้านบาท เชื่อว่ามีการโอนหุ้นโดยจำเลยมีส่วนร่วมด้วย อีกทั้งศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 8 ปี จำเลยอื่นคนละ 4 ปี ในคดีโอนหุ้น
ฟังได้ว่า การโอนหุ้นโดยทุจริตมีจำเลยเกี่ยวข้อง และผู้รับโอนก็มีความสัมพันธ์กับจำเลย ดังนั้น เชื่อว่าจำเลยต้องการปกปิดการโอนหุ้นไม่ให้ผู้ตายรู้ จำเลยจึงอาศัยความเป็นเพื่อนสนิทและผู้ตาย ชักชวนผู้ตายมาตีกอล์ฟแล้วจำเลยทำทีขับรถอาสาไปส่งผู้ตายโดยขับออกนอกเส้นทางไปประมาณ 37 นาที ก่อนร่วมกับพวกที่ยังได้ตัวมาดำเนินคดีใช้ของแข็งประทุษร้ายจนตายจากนั้นจำเลยขับรถและใช้มือซ้ายประคองร่างมาจุดเกิดเหตุ
พิพากษาว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและเพื่อปกปิดการกระทำผิดของผู้อื่น พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษประหารชีวิต นอกจากนั้นเป็นไปตามศาลชั้นต้น
ภายหลังฟังคำพิพากษา นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด เผยว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาประหารชีวิตจำเลย เราต่อสู้กันยาวนาน วันนี้ครบ 7 ปี การสืบพยานมีความยากลำบาก เพราะจำเลยเป็นผู้รู้กฎหมายและเป็นอดีตตำรวจ การที่เราสามารถสืบพยานจนศาลลงโทษประหารจำเลยได้ ต้องขอบคุณกองปราบปราม และกองพิสูจน์หลักฐาน ที่เก็บหลักฐานด้วยความยากลำบาก รวมถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้พิสูจน์ความเร็วรถ และมีผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน รวมทั้งแพทย์ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิต แม้คดีนี้ไม่มีประจักษ์พยาน แต่บาดแผลบนศพของผู้ตายถือเป็นประจักษ์พยานที่ทำให้ศาลรับฟังร่วมกับพยานทางวิทยาศาสตร์ และพยานผู้เชี่ยวชาญ
“เท่ากับจำเลยคนนี้ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ประหารชีวิตทั้ง 2 คดี คือคดีฆ่าเสี่ยชูวงษ์และคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม ซึ่งตนพอใจกับคำพิพากษา อย่างไรก็ตาม หากจำเลยยื่นฎีกา คิดว่าคดีก็ไม่น่าจะช้า ส่วนคดีแพ่งในส่วนของหุ้นก็รอศาลอุทธรณ์อยู่” นางวันเพ็ญกล่าว