เนชั่นทีวี

ข่าว

'สว.พิสิษฐ์' ซัด 'ไอติม-ไอลอว์' ปมฮั้ว สว. ส่อผิด PDPA-พ.ร.บ.คอมฯ

27 ส.ค. 2569 | titayu_pur

'สว.พิสิษฐ์' ซัด 'ไอติม-ไอลอว์' ปมฮั้ว สว. ส่อผิด PDPA-พ.ร.บ.คอมฯ

'สว.พิสิษฐ์' ตอบโต้ 'ไอติม พริษฐ์' และ 'ยิ่งชีพ iLaw' เผยแพร่เอกสารคดีฮั้ว สว. เข้าข่ายละเมิด PDPA และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เตือนหยุดใช้สื่อออนไลน์เล่นศาลเตี้ยชี้นำสังคม

'สว.พิสิษฐ์' ตอบโต้ 'ไอติม พริษฐ์' และ 'ยิ่งชีพ iLaw' เผยแพร่เอกสารคดีฮั้ว สว. เข้าข่ายละเมิด PDPA และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เตือนหยุดใช้สื่อออนไลน์เล่นศาลเตี้ยชี้นำสังคม

KEY

POINTS

  • สว.พิสิษฐ์ ตั้งคำถามเอกสารหลุดฮั้ว สว.: นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ซัด "ไอติม-พริษฐ์" และ "ยิ่งชีพ iLaw" นำเอกสารคดีฮั้ว สว. มาแฉ ชี้อาจเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน จับแพะชนแกะ และแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
     
  • เตือนเสี่ยงละเมิด PDPA - พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์: ระบุการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลก่อนกระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้น เข้าข่ายผิด PDPA, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหมิ่นประมาท ถือเป็นการใช้สื่อออนไลน์ตั้งศาลเตี้ยล่าแม่มดชี้นำสังคม
     
  • สว.กอบ จี้ฝ่ายค้าน-ไอลอว์ แทรกแซงสอบสวน: ด้าน พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. ร่วมตั้งคำถามฝ่ายค้านและไอลอว์ เข้ามาแทรกแซงการสอบสวนคดี สว. จนสร้างความปั่นป่วนและกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน

27 สิงหาคม 2569 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.แถลงเปิดหน้าตอบโต้กรณีมีการนำเอกสารหลุดคดี ฮั้ว สว. มาเผยแพร่ต่อสาธารณชน พร้อมตั้งคำถามถึงเจตนาของ ไอติม พริษฐ์ พรรคประชาชน และ ยิ่งชีพ ไอลอว์ (iLaw) ที่นำข้อมูลสำนวนที่ยังไม่ยืนยันความถูกต้องมาเปิดแฉก่อนกระบวนการสอบสวนแล้วเสร็จ โดยชี้การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายศาลเตี้ยออนไลน์ เสี่ยงผิดกฎหมาย PDPA พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหมิ่นประมาท เพื่อหวังผลทางการเมืองและกดดันองค์กรอิสระ


นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารที่อ้างว่า เป็นรายงานการสอบสวนคดีฮั้ว สว. หลุดสู่สาธารณะว่า หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ โดยอ้างเพื่อประโยชน์ต่อสังคมที่เกี่ยวกับคดีของ สว. นั้น


ตนขอตั้งคำถามกลับไปยังนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ ถึงความถูกต้องของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลที่ถูกเปิดเผยต่อสังคมว่า มีความมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่การจับแพะชนแกะ ตามที่นำมากล่าวอ้าง พร้อมยังเห็นว่า ข้อมูลหลายส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเผยแพร่ต่อสาธารณะเข้าข่ายการละเมิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA และหากนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริงมาเผยแพร่ อาจสุ่มเสี่ยงที่จะมีความผิดฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมถึงความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา

 

นายพิสิษฐ์ ยังระบุว่า การนำข้อมูลดังกล่าวที่ยังไม่ทราบว่า เป็นข้อมูลจริงหรือไม่ มาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ก่อนกระบวนการจะเสร็จสิ้น อาจสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดความลับในสำนวน และแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จึงขอตั้งคำถามถึงนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพว่า เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายให้แล้วเสร็จก่อน หรือมีวัตถุประสงค์หรือมีเจตนาอย่างไรในการเผยแพร่ข้อมูล หรือต้องการผลลัพธ์ทางการเมือง หรือเพื่อประโยชน์ใด ๆ ของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่


นายพิสิษฐ์ ยังเห็นว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากกว่าหนึ่งชุดอนุกรรมการนั้น นายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ ทราบได้อย่างไรว่า ข้อมูลทั้งสองชุดเป็นอย่างไร เพราะผู้ถูกกล่าวหามีการขอข้อมูลเอกสารไปแต่ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ก็ไม่ได้ให้ข้อมูล จึงอยากถามนายพริษฐ์ว่า ได้ข้อมูลมาอย่างไร และเลือกที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ หรือสิ่งที่อยากให้เป็นหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่า มีการแอบแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมืองด้วยหรือไม่ เพราะทั้งนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ มีการชี้นำและพยายามกดดันองค์กรอิสระ ที่มีดุลยพินิจและความชอบตามกฎหมายอยู่แล้วในการทำงาน เป็นการกระทำและกล่าวอ้างในลักษณะศาลเตี้ย ล่าแม่มดบนสื่อออนไลน์ ทำให้ สว. หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องถูกตัดสินไปแล้วล่วงหน้า จึงขอถามว่า การเปิดประเด็นแบบนี้ทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะจริงหรือ มีเจตนาแอบแฝงเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่

นายพิสิษฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายยิ่งชีพโพสต์ไม่ชอบฉายาพลีชีพว่า การที่นายยิ่งชีพพยายามดูถูกด้อยค่า สว. อย่างต่อเนื่อง คงต้องถามถึงใจเขาใจเราว่า นายยิ่งชีพจะให้ สว. ถูกวิจารณ์อย่างไม่สุจริตและไม่เป็นธรรมหรือไม่


ขณะที่ พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวถึงไทม์ไลน์กระบวนการได้มาซึ่ง สว. พร้อมตั้งคำถามว่าอำนาจการสอบสวนคดีการตั้ง สว. กำลังถูกฝ่ายค้าน และไอลอว์ เข้ามาแทรกแซง สร้างความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนหรือไม่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ จึงขอให้สื่อมวลชนและประชาชนใช้วิจารณญาณรับฟังความเห็นด้วยดวงตาเป็นธรรม อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว


พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา ปฏิเสธกระแสข่าวที่มี สว. กลุ่มหนึ่งนัดรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) ที่ร้านอาหารย่านพระราม 7 เพื่อฉลองรอดคดีฮั้ว สว. โดยชี้แจงว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะเป็นเรื่องของกรรมาธิการที่ไปดูแลเจ้าหน้าที่ และสามารถสอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ได้ อย่าให้ตนตอบอะไรไปมากกว่านี้ เป็นเพียงการอยากกินข้าว ไม่มีนัดกับใครทั้งนั้น สามารถไปดูภาพได้ ส่วนมองจุดประสงค์ผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้อย่างไรนั้น พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ มองว่าเป็นการพูดไปเรื่อยเปื่อย เพราะตนเฮฮา สนุกสนานกันได้ทุกวันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉลอง ส่วนกระแสข่าวที่ กกต. จะชี้มูลความผิดเฉพาะ สว. บางคนนั้น พลตำรวจตรีฉัตรวรรษ ขอไม่ขอก้าวก่าย เนื่องจากเป็นเรื่องของ กกต.



“บิ๊กเกรียง” ย้ำ สว. ยอมรับทุกคำตัดสิน กกต. เมินฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต อย่าก้าวล่วงสิทธิกัน ให้เป็นไปตามกฎหมาย


พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงคดีฮั้ว สว. ที่มีกระแสข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำลังจะมีการลงมติในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ว่า ตนย้ำอยู่เสมอว่าทุกคนยอมรับในกติกา และทุกคนยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น คำตัดสินตามที่ กกต. จะดำเนินการลงมา ไม่ว่าจะวันใดก็แล้วแต่ เมื่อมีการพิจารณาแล้วเสร็จ ไต่สวนแล้วเสร็จ และตัดสินแล้วเสร็จ สว. ยอมรับ


ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องคดีดังกล่าวหลายประเด็นนั้น พลเอกเกรียงไกร กล่าวว่าไม่เป็นไร และให้เป็นไปตามหน้าที่และบทบาทของฝ่ายค้าน แต่อย่าก้าวล้ำและก้าวล่วงในสิทธิกัน พร้อมขอให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย

ข่าวล่าสุด