เนชั่นทีวี

ข่าว

คำรบยื่น กกต. ฟ้อง สว. 229 คน โยงภูมิใจไทย ปมฮั้วเลือก สว.

26 ส.ค. 2569 | titayu_pur

คำรบยื่น กกต. ฟ้อง สว. 229 คน โยงภูมิใจไทย ปมฮั้วเลือก สว.

พล.ต.ท.คำรบ ยื่นหนังสือถึง กกต. ส่งสำนวนฟ้อง สว. 229 คน ต่อศาลฎีกา ปมฮั้วเลือก สว. 2567 แฉหลักฐานเชื่อมโยงพรรคภูมิใจไทย ชี้ แสวง ตีความ ม.226 เอื้อ กกต. อุ้มคดี

พล.ต.ท.คำรบ ยื่นหนังสือถึง กกต. ส่งสำนวนฟ้อง สว. 229 คน ต่อศาลฎีกา ปมฮั้วเลือก สว. 2567 แฉหลักฐานเชื่อมโยงพรรคภูมิใจไทย ชี้ แสวง ตีความ ม.226 เอื้อ กกต. อุ้มคดี

KEY

POINTS

  • ยื่นฟ้อง 229 สว. ล็อกสเปก: พล.ต.ท.คำรบ จี้ กกต. ส่งสำนวนทุจริต เลือก สว. 2567 ให้ศาลฎีกาพิจารณาทั้ง 229 คน หวั่น กกต. ใช้แทคติกซื้อเวลาและเลื่อนลงมติ
     
  • แฉหลักฐานโยงพรรคใหญ่: เปิดข้อมูลพยานหลักฐานเชื่อมโยงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและผู้สมัคร 22 ราย มีส่วนเกี่ยวพันกับการฮั้ว แต่พนักงานสอบสวน กกต. กลับละเลยการลงพื้นที่ตรวจจริง
     
  • อัดเลขาฯ กกต. ตีความเอื้อคดี: ฉะ แสวง บุญมี ตีความ ม.226 เปิดช่องช่วยผู้มีอำนาจ พร้อมเตือน 7 กกต. ให้ใช้วิจารณญาณตัวเอง อย่าตกเป็นเครื่องมือจนต้องติดคุกฟ

26 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว นำกลุ่ม สว.สำรอง ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง กกต. เพื่อเรียกร้องให้เร่งส่งสำนวนฟ้องเพิกถอน สว. 2567 รวม 229 คน ต่อศาลฎีกา พร้อมเปิดหลักฐานแฉพฤติการณ์ส่อทุจริต เชื่อมโยงถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 22 ราย แต่พนักงานสอบสวนกลับละเลยการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกทั้งยังซัด แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ตีความ ม.226 ผิดเพี้ยนเพื่อซื้อเวลา เอื้อประโยชน์ผู้มีอำนาจ จี้ 7 กรรมการ กกต. ตัดสินด้วยความสุจริตก่อนหมดความสง่างาม


ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะ สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เดินทางมายื่นหนังสือเปิดผนึกถึงประธานคณะคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้วินิจฉัยคดีฮั้ว สว.อย่างสุจริตและเที่ยงธรรมตามพยานหลักฐานตัวบทกฎหมาย และเร่งส่งสำนวนฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในขบวนการต่อศาลฎีกา เลือกตั้งพิจารณาให้ครบทั้ง 229 คน พร้อมทั้งตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุตามที่พยานได้มีการอ้างถึงที่ทำการพรรคการเมืองที่มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2567 และได้มีการร้องคัดค้านว่าไม่สุจริตเที่ยงธรรม

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว สว.สำรอง

 

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า วันนี้น่าจะเป็นวันสุดท้ายที่ต้องเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. เนื่องจากเดิมที กกต.บอกว่า จะมีการประชุมและนัดลงมติชี้ขาดคดีในวันที่ 28 สิงหาคม แต่ข่าวออกมาล่าสุดบอกว่า จะเลื่อนออกไปไม่แน่ใจว่ากี่วัน วันนี้กกต.จะมีความน่าเชื่อถืออีกเท่าไหร่ เพราะวันนี้ชัดเจนแล้วว่า จากผลการสำรวจเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ว่า กกต.เป็นที่โหล่และบ๊วยที่สุด ได้รับความน่าเชื่อถือเพียงแค่ 3.48% จาก 10% ซึ่งเกือบจะเข้า 0 ตนจึงไม่แน่ใจว่าผู้บริหาร กกต.อยู่ต่อได้อย่างไร


ส่วน นายแสวง บุญมี ในฐานะเลขาธิการฯ กกต.ก็แหวงแล้ว แหวงอีกเนื่องจากล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาตีความกฎหมายมาตรา 226 ว่าต้องครบ 3 องค์ประกอบ ซึ่งมีนักวิชาการและนักกฎหมายหลายคนออกมาท้วงติงว่า ตีความแบบนั้นได้อย่างไร เหมือนกับไม่ใช่เลขาฯ กกต.   



พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว สว.สำรอง

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวต่อว่า พฤติกรรมของนายแสวงตนก็ไม่เข้าใจว่า ใช้ตรรกะวิทยาอะไรในการสื่อสารออกมาแต่ละครั้ง  สร้างความสับสนสร้างปัญหาให้กับสังคมมาโดยตลอด นายแสงไม่มีความสุจริตเท่าไหร่ที่จะออกมาให้ข้อมูลตีความกฎหมายมาตตรา 226 เหมือนเป็นการชี้นำสังคมกราย ๆ เพื่อให้ยอมรับว่า ถ้าหากจะมีการยกความผิดผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งอาจจะเป็นการเปิดช่องทาง และชี้ช่องทางให้กับ กกต.เผื่อว่า มีการไปให้สัญญา อะไรไว้กับผู้มีอำนาจปัจจุบันหรือไม่

 

ฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ทั้ง 7 ท่านว่า ท่านจงใช้วิจารณญาณให้ดี ขอให้ท่านเป็นตัวของตนเอง อย่าไปหลงคารมของนายแสวง เพราะเดี๋ยวจะพากันไปเข้าคุกเข้าตารางทั้งหมด 

 

ส่วนที่มีการพูดว่า จะมีการยกคำร้องเป่าคดีฮั้ว สว. เร็ว ๆ นี้ ว่าจะมีการยกคำร้องกรณีกรรมการบริหารพรรคที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไว้ประมาณ 22 คนในข้อหาที่ 1 ที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองฐานช่วยเหลือผู้สมัคร สว. ซึ่งพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เกิดขึ้นที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเคยมีพยานที่เป็นอดีต สส.ของพรรคให้การว่า รู้เห็นว่าคนไหนพูดคนไหนนั่งอยู่ตรงไหน ใครอยู่ในห้องประชุมบ้าง และไปรับเงินเซ็นใบลาออกกันตรงไหน มีการระบุไว้อย่างชัดเจนทั้งหมด แต่เมื่อทราบว่า กกต.ไม่มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุดังกล่าวในแง่ของการสอบสวนถือว่า เป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนที่ต้องไปตรวจสอบตามที่พยานอ้างถึง ไม่ใช่ออกมาบอกว่ามีพยานบอกเล่าแค่ปากเดียว ไม่อยากให้กกต.ถูกกล่าวหาว่าบกพร่อง

 

ส่วนกรณีที่ กกต. ออกหนังสือชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวน สว. ก่อนจะลงมติต่อไปเป็นการยื้อเวลาเพื่อลดกระแสสังคมขณะนี้หรือไม่ พล.ต.ท.คำรบ มองว่า เท่าที่ กกต.ให้เหตุผล และมีการอ้างว่า ได้สอบสวนและสรุปสำนวนเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม วันนี้คงจะให้เวลา กกต.แต่ละท่านไปเขียนคำวินิจฉัยส่วนตนว่า มีความเห็นว่าอย่างไร เวลานี้จึงเป็นเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของ กกต.ทั้ง 7 คนที่ท่านจะเลือกเดินไปทางไหน จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก ถ้าท่านช่วยเขาเขาก็สบายไป แต่ตัวท่านจะต้องรับภาระจากนี้ไปจนกระทั่งหมดชีวิต แต่ขณะเดียวกันหากท่านยึดถือความถูกต้อง ท่านก็ไม่ต้องเป็นกังวลอะไรไป ใครก็ทำอะไรท่านไม่ได้ คนที่บุรีรัมย์ก็ทำอะไรไม่ได้

 

การที่ กกต. ยืดเวลาออกไปเข้าใจว่าท่านคงต้องไปให้เวลากันเองเพื่อไปไตร่ตรองให้รอบคอบ เชื่อว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานประมาณ 4 ถึง 5 วันก็น่าจะจบคงเขียนคำวินิจฉัยของท่านได้ หลังจากนั้นก็จะนำมาเปิดว่า ที่จะพิจารณากันเป็นรายบุคคล ก็คงเป็นเหตุผลใครเหตุผลมัน อนาคตของท่านอยู่ในกำมือของท่านเองแล้ว

 

ส่วนคำวินิจฉัยของ กกต.ทั้ง 7 คน จะออกมาในแนวทางเดียวกันหรือไม่ พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พวกตนกังวลมาโดยตลอด เพราะที่มาที่ไปของ กกต. 4 ใน 7 คน ทุกคนทราบดีว่าไม่มีความสง่างาม แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ทุกอย่างอยู่ในการวินิจฉัยของท่านว่า ท่านจะพิสูจน์เรื่องเหล่านี้ที่เขาสงสัยท่านว่า เป็นตัวของตัวเองจริงหรือไม่ หรือท่านได้ไปตบปากรับคำเขามา ก่อนที่ท่านจะมาดำรงตำแหน่ง และอ้างว่าต้องไปยึดถือคำมั่นนั้น หากเป็นอย่างนั้นจริงท่านก็จะจะต้องรับผิดชอบผลกรรม

 

ส่วนที่มีข่าวมาตลอดว่า กกต.จะลงมติ 5:2 โดยที่ท่านฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ หนึ่งในกรรมการ กกต.จะร่วมลงมติทั้งที่หมดวาระไปแล้วนั้น พล.ต.ท.คำรบ มองว่า ท่านหมดความสง่างามที่จะมาวินิจฉัยเรื่องนี้ เพราะถูกข้อกล่าวหาของการติดสินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรง ในฐานะที่ท่านจะต้องทำหน้าที่เจ้าพนักงานยุติธรรมในเรื่องนี้ เมื่อท่านถูกข้อกล่าวหาว่าติดสินบนให้คนอื่น พวกเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อคนอื่นจะไม่มาติดสินบนท่านแล้ว ท่านจะไม่รับ จึงเรียกร้องมาโดยตลอดว่า เพื่อให้เกิดความสง่างาม ท่านต้องทำตัวเป็นโมฆะบุรุษ ไม่ควรมาลงมติวินิจฉัย ไปร่วมประชุมได้ แต่ท่านไม่ควรส่งคำวินิจฉัยใด ๆ อีก

ข่าวล่าสุด