ปมร้อนแก้สัญญา TH-AI Pass ดีอี เคลียร์ชัดจ่ายตามจริง ดรามาข้อมูลรั่ว
21 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดปมร้อนแก้สัญญา TH-AI Passport หลังคนลงทะเบียนพุ่งล้านคน! ปลัดดีอีแจงชัด อัยการตรวจแล้ว ยันจ่ายตามการใช้งานจริง เวอร์ชัน Pro สยบดรามาข้อมูลรั่ว
ข่าว
21 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดปมร้อนแก้สัญญา TH-AI Passport หลังคนลงทะเบียนพุ่งล้านคน! ปลัดดีอีแจงชัด อัยการตรวจแล้ว ยันจ่ายตามการใช้งานจริง เวอร์ชัน Pro สยบดรามาข้อมูลรั่ว
KEY
POINTS
21 สิงหาคม 2569 ภายหลังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อขอใช้สิทธิ AI ฟรี ในโครงการ TH-AI Passport โดยเมื่อวานนี้ (20 ส.ค.2569) เวลาประมาณ 17.00 น. สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้โพสต์ข้อความระบุตัวเลขผู้ลงทะเบียนสำเร็จทะลุ 1 ล้านแล้ว จากในสัญญาที่ให้สิทธิทั้งหมด 5 ล้านคน
ขณะที่ความคืบหน้าการแก้สัญญาโครงการ TH-AI Passport หรือทำบันทึกแนบท้ายสัญญาในโครงการ TH-AI Passport ที่ส่งร่างไปให้อัยการสูงสุดได้สอบทาน มีคำตอบกลับมาอย่างเป็นทางการจากอัยการสูงสุดแล้วหรือยังนั้น
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" เนชั่นทีวี ระบุว่า อัยการสูงสุดตอบกลับมาแล้ว และเราได้รับการแก้ไขสัญญาเมื่อวันที่18 ส.ค.69 มีการลงนามในสัญญาที่แก้ไขในวันที่ 19 ส.ค.69 ซึ่งข้อมูลทั้งหมดได้โพสต์ลงบนเว็บไซต์ของสำนักงานฯ สดช.แล้ว
ส่วนจะมีการส่งเอกสารสำเนาบันทึกแนบท้ายไปให้ "ไอซ์ รักชนก" ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า เข้าใจว่า สดช.น่าจะส่งให้ตั้งแต่เมื่อวาน (20 ส.ค.69) แล้ว คาดว่าจะมีการทยอยส่งเอกสารไปเรื่อยๆ
ไฮไลต์ของบันทึกแนบท้ายในสัญญาคือ เราจะจ่ายเงินให้เอกชนตามการใช้งานจริงของประชาชนที่ลงทะเบียน โดยเราไม่ได้จ่ายเหมาทั้งหมด 1,621 ล้าน ใช่หรือไม่
พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า การเก็บเงิน จะเก็บจากการใช้งานจริงในเวอร์ชัน Pro เช่น เรามีสิทธิในการใช้งาน แต่เมื่อเข้าไปแล้วถามเรื่องทั่วไป ในระดับพื้นฐานทั่วไป เราไม่ต้องจ่ายเงิน และสิทธิในการใช้งานที่ลงทะเบียนไว้จะคู่กับสิทธิการใช้งานจริงในเวอร์ชัน Pro หากไม่ใช้สิทธิตามเวลาที่กำหนดก็จะถูกตัดสิทธินั้น
ทั้งนี้ นอกจากการรักษาสิทธิด้วยการเข้าไปใช้งานโครงการฯ แล้ว ผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้ได้คะแนนในการรักษาสิทธิในการใช้งานต่อเนื่องด้วย เท่ากับว่าประชาชนจะได้เรียนรู้และเอาไปใช้งานจริง
"การอบรมคือการเก็บคะแนนขยายเวลาใช้สิทธิ ทุกคนจะมีพื้นฐานให้ ใน 3 เดือนแรกที่เข้ามาจะได้พิเศษ 100 คะแนน เดือนต่อไปจะถูกตัด ดังนั้นจึงต้องไปอบรมเพื่อให้ได้รับคะแนนและรักษาสิทธิต่อ"
เอกชนมีเงื่อนไขหรือไม่? ว่าขั้นต่ำอย่างน้อยเท่าไหร่ที่การันตีรายได้ของเอกชน ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า เรามีการเจรจาแล้วว่า จะเก็บเงินก็ต่อเมื่อมีการเข้าไปใช้งานจริงระดับ Pro เท่านั้น
ส่วนที่มีการพูดถึง กรณีถ้ามีการใช้งานจริงในระดับ Pro ต่ำกว่า 4 ล้านคน คู่สัญญา หรือเอกชนจะมีปัญหาในทางธุรกิจจริงหรือไม่ ปลัดกระทรวงดีอี เรื่องนี้ตนไม่ทราบ เราในฐานะผู้ว่าจ้างยึดตามข้อตกลงในสัญญาเป็นหลัก
เมื่อถามถึงประเด็นข้อห่วงใยของ ดร.การดี ที่ออกมาระบุว่า ข้อมูลของผู้ใช้งานกับข้อมูลพฤติกรรมการเข้าไปใช้งานของผู้ใช้งาน หากยอมให้เอาไปประมวลผลในต่างประเทศจะผิดเงื่อนไข TOR และเกรงว่าข้อมูลทั้ง 2 ส่วนนี้ เจ้าของโมเดลจะหยิบฉวยเอาไปต่อยอดทางธุรกิจของเขา
ปลัดกระทรวงดีอี พชร อนันตศิลป์ กล่าวว่า ตนคิดว่า ดร.การดี เลียวไพโรจน์ หรือ ดร.อ้อ อาจจะยังเก็บรายละเอียดของ TOR ไม่ครบ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าสิ่งที่เราพัฒนาอยู่ตอนนี้คือ AI ไทย แต่วันนี้ที่เราใช้อยู่ทั้งโลก ไม่เฉพาะคนไทย ส่วนใหญ่แล้วเป็น AI ต่างชาติ หากดู TOR ชัด จะเห็นวัตถุประสงค์เลยว่า เราส่งเสริมให้มีการเก็บข้อมูลและพัฒนาประมวลผลในประเทศไทยเป็นหลัก
"การที่เราไปล็อกอินเข้าระบบโดยผ่านบัตรประชาชนเพื่อเป็นการยืนยันตัวตนไม่ให้มีการนับซ้ำ พอเรายืนยันตัวตนเสร็จก็จบ ซึ่งการใช้งาน โดยปกติของเราส่วนตัว เมื่อเราเขียนพรอมต์ยิงคำถาม หรือตอบคำถาม ข้อมูลจะถูกประมวลผลในเมืองนอก และถูกจัดเก็บที่เมืองนอก แต่การใช้งานผ่านโครงการนี้ฯ เราจะได้ข้อมูลกลับมา คือลักษณะคำถาม คำตอบจะมากองรวมไว้ เพื่อมาพัฒนาต่อยอด AI สัญชาติไทย" พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว
ปลัดกระทรวงดีอี ยืนยันว่า กระทรวงดีอีเป็นภาครัฐ เรารับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นการรักษาความมั่นคงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เรามีหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้วที่ต้องทำ
เมื่อถามว่า เราจะสามารถควบคุมเจ้าของ AI ในต่างประเทศได้จริงหรือไม่ ปลัดกระทรวงดีอี ยืนยันว่า สามารถควบคุมได้ เพราะในสัญญาจ้างเขียนไว้ชัดเจน และหน้าที่ของพวกตนในการตรวจรับคือต้องพิสูจน์ทราบ มีหลักฐานประกอบ หากไม่เป็นไปตามนี้เขาเองก็ต้องมีภาระด้านกฎหมายที่ต้องรับผิดชอบต่อกัน