"วรศิษฎ์" ชี้ "สวมทะเบียนบ้าน" เป็น "ภัยความมั่นคง" สั่งกวาดล้างด่วน
19 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"วรศิษฎ์" ชี้ "สวมทะเบียนบ้าน" เป็น "ภัยความมั่นคง" สั่งกวาดล้างด่วนผนึกกำลัง ตร.-ดีเอสไอ-ปปง. ขุดรากถอนโคนเครือข่ายสวมสิทธิ์
ข่าว
19 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"วรศิษฎ์" ชี้ "สวมทะเบียนบ้าน" เป็น "ภัยความมั่นคง" สั่งกวาดล้างด่วนผนึกกำลัง ตร.-ดีเอสไอ-ปปง. ขุดรากถอนโคนเครือข่ายสวมสิทธิ์
KEY
POINTS
19 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” บุกทลายแฟลตย่านดินแดง หลังพบการทุจริตยัดชื่อคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน และมีการออกหมายจับ 7 รายในพื้นที่เขตดินแดง ว่า พบการย้ายเข้าของคนต่างด้าวเพื่อไปออกบัตรหมายเลข 7 อย่างผิดปกติ โดยจากการตรวจสอบของกรมการปกครองและกรุงเทพมหานครตั้งแต่ปี 2567 ได้มีการสืบสวนสอบสวนและดำเนินการออกหมายจับ
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นกระบวนการขอย้ายเข้า ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจปล่อยปละละเลยหรือมีการทุจริต โดยตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป พร้อมยกตัวอย่างว่า เจ้าหน้าที่ต้องรู้สึกเอะใจ หากพบว่าห้องหนึ่งมีคนย้ายเข้ามาถึง 60 คน เพราะห้องขนาด 30 ตารางเมตรไม่สามารถรองรับคนจำนวนดังกล่าวได้ เมื่อพบความผิดปกติก็ต้องดำเนินการ
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การออกหมายจับทั้ง 7 ราย อาจมีทั้งนายหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน เจ้าของบ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการในชั้นตำรวจ
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ในขั้นแรกมีการดำเนินคดีอยู่แล้ว โดยในส่วนของ กทม. ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อสอบวินัยร้ายแรง ควบคู่กับการดำเนินคดีของตำรวจ หากพบความผิดปกติเพิ่มเติมให้รายงานผู้บังคับบัญชา
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า มีการตรวจสอบ ไม่ใช่เฉพาะใน กทม. โดยเมื่อวานนี้เน้นตรวจสอบพื้นที่เขตดินแดง และเชื่อว่าจะสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ตรวจสอบแฟลตดินแดง พบว่าตามทะเบียนมีเด็กต่างด้าวอยู่ร่วมเกือบ 1,000 คน แต่ตามความเป็นจริงส่วนใหญ่มีเพียงชื่ออยู่ในทะเบียน เพื่อไปออกบัตรสวมสิทธิ์ ขณะนี้จึงให้มีการสแกนทุกพื้นที่ โดย กทม. พร้อมให้ความร่วมมือและดำเนินการตรวจสอบไปด้วยกัน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เพื่อขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่มีโอกาสเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน
นายวรศิษฎ์ ย้ำว่า การทุจริตทางทะเบียนไม่ได้มีเพียงเรื่องการสวมบัตรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแจ้งเกิดเท็จ หรือ “พ่อทิพย์” ซึ่งคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม
พร้อมกันนี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การได้บัตรหมายเลข 7 เป็นเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การขอสัญชาติในอนาคต ดังนั้นปัญหานี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการทุจริต แต่เป็นเรื่องความมั่นคง โดยไม่ควรทำให้บุคคลเหล่านี้เดินทางหรือใช้ชีวิตได้สะดวกมากกว่าสิทธิที่พึงมี เพราะโอกาสที่จะนำสิทธิไปใช้ในทางอื่นมีมาก
ขณะที่สิทธิของผู้ถือบัตรหมายเลข 7 ไม่เท่ากับคนไทย แต่หลักสำคัญคือสามารถนำไปสู่การขอสัญชาติได้ในอนาคต