เนชั่นทีวี

ข่าว

สหรัฐฯ งัดมาตรการคว่ำบาตรประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ ลั่นเดินหน้าทลาย ICC

19 ส.ค. 2569 | apirak_pra

สหรัฐฯ งัดมาตรการคว่ำบาตรประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ ลั่นเดินหน้าทลาย ICC

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ชาวญี่ปุ่นและอัยการระดับสูง เดินหน้ายกระดับสงครามกฎหมาย เดินหน้าทลายองค์กร เพื่อโต้ตอบการออกหมายจับผู้นำอิสราเอล

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ชาวญี่ปุ่นและอัยการระดับสูง เดินหน้ายกระดับสงครามกฎหมาย เดินหน้าทลายองค์กร เพื่อโต้ตอบการออกหมายจับผู้นำอิสราเอล

KEY

POINTS

  • รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเดินทางต่อประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) และอัยการระดับสูง
  • การคว่ำบาตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทำลาย ICC เพื่อตอบโต้การสอบสวนบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ และการออกหมายจับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล
  • สหรัฐฯ กล่าวหาว่า ICC เป็นองค์กรที่คอร์รัปชันและใช้อำนาจเกินขอบเขต พร้อมประกาศเป้าหมายที่จะทำลายศาลแห่งนี้
  • ศาล ICC และกลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ โดยชี้ว่าเป็นการบ่อนทำลายหลักนิติธรรมระหว่างประเทศ

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับการตอบโต้อย่างก้าวร้าวต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) อีกครั้ง หลังจาก มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาประกาศมาตรการคว่ำบาตรระลอกใหม่ พุ่งเป้าไปที่บุคลากรระดับสูงของศาล เพื่อกดดันและทำลายศักยภาพการทำงานขององค์กรอย่างเป็นทางการ

 

คว่ำบาตรประธานศาล ICC - สหรัฐฯ ลั่นไม่ยอมรับอำนาจศาลข้ามชาติ

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า รูบิโอ ได้ประกาศมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจและการเดินทางต่อ โทโมโกะ อาคาเนะ ประธานศาล ICC ชาวญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2024 และ อับดุลลาเย เซย์ อัยการระดับสูงชาวเซเนกัล โดยกล่าวหาว่าทั้งสองคนมีส่วนร่วมในความพยายามของ ICC ที่จะ "ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่ไม่ได้ยินยอมให้อยู่ภายใต้เขตอำนาจศาล" พร้อมระบุว่า ICC เป็นองค์กรที่ "คอร์รัปชันและใช้ฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างร้ายแรงจนเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่"

การลงโทษในครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญกวาดล้าง ICC ของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ ICC ไปแล้วอย่างน้อย 11 ราย รวมถึงผู้พิพากษา 9 รายและอัยการสูงสุด เพื่อตอบโต้ที่ ICC ดำเนินการสอบสวนบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน รวมถึงการออกหมายจับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอล ต่างไม่ได้เป็นสมาชิกของ ICC แต่องค์กรยืนยันว่ามีอำนาจเนื่องจากรัฐปาเลสไตน์ได้เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 2015

ศาล ICC และกลุ่มสิทธิมนุษยชนฟ้องกลับ - จวกสหรัฐฯ ทำลายหลักนิติธรรมโลก

ด้านศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันที โดยยืนหยัดเคียงข้างบุคลากรของตน และเตือนว่ามาตรการข่มขู่และคว่ำบาตรของสหรัฐฯ กำลังบ่อนทำลาย "หลักนิติธรรมและระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศ" อย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน กลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนชั้นนำของสหรัฐฯ ทั้ง Human Rights Watch และ Open Society Institute ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ต่อศาลรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์ก โดยชี้ว่ามาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวละเมิดรัฐธรรมนูญและขัดขวางการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่เหยื่อจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมสงครามทั่วโลก

สำหรับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการทำงานของบุคลากร ICC เนื่องจากประกอบด้วยการอายัดสินทรัพย์ การห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ รวมถึงการสั่งห้ามสถาบันการเงินและบริษัทสัญชาติอเมริกันให้บริการใดๆ แก่ผู้ถูกคว่ำบาตร ซึ่งก่อนหน้านี้ รูบิโอ ยังได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิก ICC ทั้ง 125 ประเทศ ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก เพื่อเดินหน้าทลายศาลแห่งนี้ลงตามเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ

ข่าวล่าสุด