สำหรับพฤติการณ์ความผิดและการขนคนทำบัตร
นางสาวสินีนาฎ จิตอรุณ นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ ป.ป.ท. ให้ข้อมูลว่าจากการเฝ้าสังเกตการณ์ ณ ห้องทะเบียนอำเภอวังน้อย พบความผิดปกติในช่วงหลังเวลา 16.30 น. โดยมีกลุ่มบุคคลนายหน้านำเด็กและผู้ใหญ่มานั่งรอทำบัตรเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการนำเล่มทะเบียนบ้านสีเหลืองสำหรับบุคคลต่างด้าวเข้ามาเป็นชุด ๆ เมื่อทำบัตรเสร็จจะเดินทางกลับทันที โดยรถตู้หนึ่งคันอาจบรรทุกมาถึง 15 คน
ทั้งนี้ยังพบกลุ่มนายหน้า 3 คน ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและล่าม โดยจะมีสมุดทะเบียนบ้านและเอกสารติดตัวอยู่ตลอดเวลา
นายอนุชาติ บุญแพ จากชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. เปิดเผยรูปแบบการทุจริตว่า ขบวนการนี้ประกอบด้วยบุคคลต่างด้าวที่ต้องการบัตร นายหน้า เจ้าบ้านที่รับเงิน และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยพบการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านใน 3 ลักษณะ
- บ้านร้าง ย้ายชื่อเข้า 139 ราย โดยไม่มีผู้อยู่อาศัยจริง
- บ้านเก็บของ ย้ายชื่อเด็กเข้า 47 ราย
- บ้านเจ้าหน้าที่รัฐเป็นบ้านขนาดเล็กแต่มีชื่อย้ายเข้าถึง 31 คน
จากการสอบสวนเจ้าบ้านยอมรับว่า ได้รับเงินค่าตอบแทน 1,000 ถึง 3,000 บาทต่อคน พบหลักฐานการเดินบัญชีโอนเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นสลิปจำนวน 18,000 บาท และ 9,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีคลิปวิดีโอหลักฐานที่ผู้ต้องหาพยายามบังคับให้เจ้าบ้านเปลี่ยนคำให้การว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินโดยเสน่หา ไม่ใช่เงินค่าจ้างทำผิดกฎหมาย
การดำเนินการทางกฎหมายว่าที่ ร.ต.ธนาวัต อิณทรสุวรรณ เจ้าพนักงานปกครอง ยืนยันว่าการย้ายที่อยู่ของกลุ่มบุคคลไม่มีสัญชาติไทย บัตรสีชมพูเข้าบ้านร้างเป็นจำนวนนับร้อยคนถือเป็นการกระทำโดยมิชอบ ซึ่งทางอำเภอวังน้อยจะต้องดำเนินการเพิกถอนการออกบัตรและรายการทะเบียนบ้านทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีทางวินัยและอาญาแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
รายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย
- นายนัฐพงศ์ (สงวนนามสกุล) ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร
- นายโกวิท (สงวนนามสกุล) ลูกจ้างที่ว่าการอำเภอวังน้อย
- นางสาวบุศรา (สงวนนามสกุล) นายหน้าขบวนการ
- นายพงษธร (สงวนนามสกุล) เจ้าบ้าน
- นายกรรัช (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ อส. และเจ้าบ้าน
- นางสาวธีรนาฎ (สงวนนามสกุล) เจ้าบ้านบ้านร้าง
โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทุจริตประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 เกี่ยวกับการใช้หลักฐานเท็จเพื่อให้มีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ
ขณะที่ ข้อมูลของชุด DOPA N.I.C.E. ระบุว่า กลุ่มเด็กที่มาทำบัตร เป็นกลุ่มบุตรไม่มีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาเดิมจาก จ.กาญจนบุรี การย้ายที่อยู่มิชอบด้วยกฎหมาย ในการยื่นขอมีบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย ทำให้การยื่นขอมีบัตรมิชอบด้วย จึงต้องยกเลิกเพิกถอน ทั้งหมด 217 คน
ทั้งนี้ กลุ่มเด็กที่เป็นลูกแรงงานต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย สามารถยื่นขอบัตรประจำตัวถิ่นที่อยู่ถาวร หรือบัตรสีชมพูได้ และเมื่ออยู่ในไทยครบตามกำหนดก็สามารถยื่นขอสัญชาติไทยในภายหลัง แต่การนำกลุ่มเด็กจำนวนกว่า 200 คน ย้ายเข้าทะเบียนบ้านพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่ จึงต้องตรวจสอบถึงเบื้องหลัง ป้องกันการขโมยสิทธิที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคง และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุจริต ที่จากค่านายหน้าและสินบน ที่มีวงเงินรายละ 30,000-50,000 บาท เชื่อว่าจะมีวงเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท