เนชั่นทีวี

ข่าว

ทลายขบวนการทุจริตทะเบียนบ้านผี ขนต่างด้าว 217 คน สวมทะเบียนบ้านร้าง

01 เม.ย. 2569

ทลายขบวนการทุจริตทะเบียนบ้านผี ขนต่างด้าว 217 คน สวมทะเบียนบ้านร้าง

เปิดเบื้องหลังปฏิบัติการ "ตัดบัตรกรุงเก่า" บุกจับปลัดอำเภอวังน้อย พร้อมพวก ใช้บ้านร้าง-บ้านเจ้าหน้าที่รัฐย้ายชื่อต่างด้าวกว่า 200 คนสวมสิทธิ พบหลักฐานสลิปโอนเงินมัดตัว

1 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกจับกุมขบวนการทุจริตออกบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย ณ ที่ว่าการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังพบหลักฐานวงจรปิดมัดตัวขณะขนเด็กต่างด้าวทำบัตรผิดปกติ พร้อมสลิปโอนเงินมัดตัวปลัดอำเภอ และพวกรวม 6 ราย

นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. พร้อมด้วย พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายปริญญา วิกุลศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพันตำรวจตรี เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการทุจริตออกบัตรให้บุคคลต่างด้าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กจำนวน 217 คน โดยมีการออกหมายจับเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย หนึ่งในนั้นคือปลัดอำเภอและผู้ร่วมขบวนการอีก 4 ราย รวมทั้งสิ้น 6 ราย

ทลายขบวนการทุจริตทะเบียนบ้านผี ขนต่างด้าว 217 คน สวมทะเบียนบ้านร้าง

ที่มาของปฏิบัติการและการสืบสวน นายวิฑูรย์ ระบุว่า เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง และสลายหมอกเชียงดาว โดยครั้งนี้พบการกระทำผิดในพื้นที่อำเภอวังน้อย ซึ่งเป็นการให้สิทธิความเป็นคนไทยแก่บุคคลที่ไม่มีสัญชาติโดยมิชอบ หลังจากสำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับแจ้งเบาะแส และประสานงานร่วมกับกรมการปกครอง บก.ปปป. สำนักงาน ป.ป.ช. และดีเอสไอ จนนำไปสู่การจับกุม

นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย สำนักสืบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เปิดเผยว่า ได้ส่งชุด DOPA N.I.C.E. ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน และส่งต่อให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1

ภาพบ้านร้างที่มีคนอยู่ในทะเบียนบ้านหมุนเวียนกันเกือบ 200 คน

ทลายขบวนการทุจริตทะเบียนบ้านผี ขนต่างด้าว 217 คน สวมทะเบียนบ้านร้าง

สำหรับพฤติการณ์ความผิดและการขนคนทำบัตร

นางสาวสินีนาฎ จิตอรุณ นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ ป.ป.ท. ให้ข้อมูลว่าจากการเฝ้าสังเกตการณ์ ณ ห้องทะเบียนอำเภอวังน้อย พบความผิดปกติในช่วงหลังเวลา 16.30 น. โดยมีกลุ่มบุคคลนายหน้านำเด็กและผู้ใหญ่มานั่งรอทำบัตรเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการนำเล่มทะเบียนบ้านสีเหลืองสำหรับบุคคลต่างด้าวเข้ามาเป็นชุด ๆ เมื่อทำบัตรเสร็จจะเดินทางกลับทันที โดยรถตู้หนึ่งคันอาจบรรทุกมาถึง 15 คน 

ทั้งนี้ยังพบกลุ่มนายหน้า 3 คน ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและล่าม โดยจะมีสมุดทะเบียนบ้านและเอกสารติดตัวอยู่ตลอดเวลา

ายอนุชาติ บุญแพ จากชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. เปิดเผยรูปแบบการทุจริตว่า ขบวนการนี้ประกอบด้วยบุคคลต่างด้าวที่ต้องการบัตร นายหน้า เจ้าบ้านที่รับเงิน และเจ้าหน้าที่รัฐ โดยพบการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านใน 3 ลักษณะ 

  1. บ้านร้าง ย้ายชื่อเข้า 139 ราย โดยไม่มีผู้อยู่อาศัยจริง
  2. บ้านเก็บของ ย้ายชื่อเด็กเข้า 47 ราย
  3. บ้านเจ้าหน้าที่รัฐเป็นบ้านขนาดเล็กแต่มีชื่อย้ายเข้าถึง 31 คน

จากการสอบสวนเจ้าบ้านยอมรับว่า ได้รับเงินค่าตอบแทน 1,000 ถึง 3,000 บาทต่อคน พบหลักฐานการเดินบัญชีโอนเงินให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นสลิปจำนวน 18,000 บาท และ 9,000 บาท 

นอกจากนี้ ยังมีคลิปวิดีโอหลักฐานที่ผู้ต้องหาพยายามบังคับให้เจ้าบ้านเปลี่ยนคำให้การว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินโดยเสน่หา ไม่ใช่เงินค่าจ้างทำผิดกฎหมาย

การดำเนินการทางกฎหมายว่าที่ ร.ต.ธนาวัต อิณทรสุวรรณ เจ้าพนักงานปกครอง ยืนยันว่าการย้ายที่อยู่ของกลุ่มบุคคลไม่มีสัญชาติไทย บัตรสีชมพูเข้าบ้านร้างเป็นจำนวนนับร้อยคนถือเป็นการกระทำโดยมิชอบ ซึ่งทางอำเภอวังน้อยจะต้องดำเนินการเพิกถอนการออกบัตรและรายการทะเบียนบ้านทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีทางวินัยและอาญาแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทลายขบวนการทุจริตทะเบียนบ้านผี ขนต่างด้าว 217 คน สวมทะเบียนบ้านร้าง

รายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย

  1. นายนัฐพงศ์ (สงวนนามสกุล) ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร 
  2. นายโกวิท (สงวนนามสกุล) ลูกจ้างที่ว่าการอำเภอวังน้อย
  3. นางสาวบุศรา (สงวนนามสกุล) นายหน้าขบวนการ
  4. นายพงษธร (สงวนนามสกุล) เจ้าบ้าน
  5. นายกรรัช (สงวนนามสกุล)  เจ้าหน้าที่ อส. และเจ้าบ้าน
  6. นางสาวธีรนาฎ (สงวนนามสกุล) เจ้าบ้านบ้านร้าง 

โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทุจริตประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 เกี่ยวกับการใช้หลักฐานเท็จเพื่อให้มีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ

ขณะที่ ข้อมูลของชุด DOPA N.I.C.E.  ระบุว่า กลุ่มเด็กที่มาทำบัตร เป็นกลุ่มบุตรไม่มีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาเดิมจาก จ.กาญจนบุรี การย้ายที่อยู่มิชอบด้วยกฎหมาย ในการยื่นขอมีบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย ทำให้การยื่นขอมีบัตรมิชอบด้วย จึงต้องยกเลิกเพิกถอน ทั้งหมด 217 คน

ทั้งนี้ กลุ่มเด็กที่เป็นลูกแรงงานต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย สามารถยื่นขอบัตรประจำตัวถิ่นที่อยู่ถาวร หรือบัตรสีชมพูได้ และเมื่ออยู่ในไทยครบตามกำหนดก็สามารถยื่นขอสัญชาติไทยในภายหลัง แต่การนำกลุ่มเด็กจำนวนกว่า 200 คน ย้ายเข้าทะเบียนบ้านพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่ จึงต้องตรวจสอบถึงเบื้องหลัง ป้องกันการขโมยสิทธิที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคง และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุจริต ที่จากค่านายหน้าและสินบน ที่มีวงเงินรายละ 30,000-50,000 บาท เชื่อว่าจะมีวงเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท