บุกแฟลตดินแดง! ทลายแก๊งสวมสิทธิ "บัตรชมพู" ซุกชื่อเด็กต่างด้าวทะลักพันคน
18 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

บุกแฟลตดินแดง! ทลายแก๊งสวมสิทธิ "บัตรชมพู" ซุกชื่อเด็กต่างด้าวทะลักพันคน "เจ๊น้อย" นายหน้าลั่นไม่รู้ผิดกฎหมายทำกันทุกเขต
ข่าว
18 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

บุกแฟลตดินแดง! ทลายแก๊งสวมสิทธิ "บัตรชมพู" ซุกชื่อเด็กต่างด้าวทะลักพันคน "เจ๊น้อย" นายหน้าลั่นไม่รู้ผิดกฎหมายทำกันทุกเขต
KEY
POINTS
18 สิงหาคม 2569 วันนี้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังตำรวจนครบาล กรมการปกครอง ทีม DOPA กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ "กวาดบ้านกลางกรุง" เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 7 จุด เพื่อตรวจสอบขบวนการร่วมกันจัดให้มีการออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ
เป้าหมายสำคัญคือบริเวณแฟลตดินแดง เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบความผิดปกติ เนื่องจากเป็นห้องพักขนาดเล็ก แต่กลับมีการแจ้งบุคคลเข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับแล้ว 7 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย รวมถึงเจ้าบ้าน นายหน้า และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ
เป้าหมายสำคัญจุดหนึ่งคือบริเวณแฟลต ชั้น 4 ห้อง 6004/7 ซึ่งเป็นห้องพักของ นางสาวผึ้ง หนึ่งในผู้ต้องหา
จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับและหมายค้น พร้อมแจ้งว่าห้องพักหลังนี้มีการนำชื่อของคนต่างด้าวเข้ามาพักถึง 64 คน โดยที่คนต่างด้าวไม่ได้เข้ามาพักอาศัยอยู่จริง
โดยช่วงหนึ่ง นางสาวผึ้ง อ้างกับเจ้าหน้าที่ว่า ในช่วง 2-3 ปีที่แล้ว ยอมรับว่าเป็นช่วงที่ตนเองไม่มีเงิน เลยทักไปหาพี่สาวชื่อ ‘เฉลิมศรี’ ว่ามีเงินให้ยืมหรือไม่ หลังจากนั้นพี่สาวหายไปวันสองวันก็ทักกลับมาถามตนเองว่าอยากมีเงินใช้หรือไม่ และพี่เฉลิมศรีก็ขอเอกสารสำเนาทะเบียนบ้านกับสำเนาบัตรประชาชนอย่างละ 1 ฉบับไป ซึ่งตนเองก็คิดว่าเอาไปรับเงินอุดหนุนเด็ก เพราะพี่สาวทำงานที่สำนักงานเขตด้วย โดยได้เงินมา 4,500 บาทจากพี่เฉลิมศรี และไม่ได้ไปที่สำนักงานเขต ซึ่งนางสาวผึ้งอ้างว่าไม่รู้ว่ามีการเอาเอกสารเพื่อไปทำเรื่องเอาต่างด้าวเข้ามาอยู่ในบ้าน
"รู้แค่ว่าทำพาสปอร์ต ทำบัตรให้แรงงานต่างด้าว แต่ไม่รู้ว่าเจ๊น้อยเอาชื่อแรงงานต่างด้าวเข้าไปอยู่ในบ้าน ทั้งนี้ ตนเองเพิ่งมาทราบว่ามีรายชื่อแรงงานต่างด้าวเข้ามาอยู่ในบ้านเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เพราะไปให้สำนักงานเขตคัดชื่อออกให้ เนื่องจากไม่เคยรู้จักและไม่เคยมีใครเข้ามาอยู่ในบ้านของตนเองเลย และเชื่อว่าชื่อต่างด้าว 64 คนที่เข้ามาอยู่ในบ้าน มาจากการนำเอกสารที่ตนเองให้พี่เฉลิมศรีไปครั้งเดียว จากนั้นก็ไปปลอมลายเซ็น" นางสาวผึ้ง อ้าง
ขณะที่อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือ บริเวณชั้น 5 ซึ่งเป็นห้องพักของ เจ๊น้อย ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหาแรงงานต่างด้าวมาสวมชื่อในทะเบียนบ้าน
โดย เจ๊น้อย ให้การอ้างว่า เฉพาะห้องของตนเองเอารายชื่อต่างด้าวเข้ามาอยู่อาศัย 30 คน และมีห้องอื่นๆ ที่อยู่ในแฟลตนี้อีกที่ตนเองเอาชื่อแรงงานต่างด้าวไปใส่ โดยตนเองให้เงินค่าจ้างเอาชื่อเข้าไปอยู่ในห้อง 5,000 บาท แต่ตนเองไปเก็บเงินจากชาวต่างด้าวที่เอาชื่อไปอาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านรายละ 500 บาท และค่าทำบัตรต่างด้าวอีกรายละ 300 บาท รวมเป็น 800 บาท พร้อมอ้างว่าที่ต่างด้าวรู้จักตนเองว่าทำแบบนี้ได้ เป็นลักษณะคล้ายการบอกต่อๆ กัน แต่ไม่ใช่สายตนเองสายเดียวที่ทำเรื่องแบบนี้
ส่วนจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน มีการโอนเงินเข้ามา 8 ครั้ง หลักแสนบาทนั้น เจ๊น้อยอ้างว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินรายวัน
เจ๊น้อย อ้างว่า เราทำบัตรให้แรงงานต่างด้าวมาหลายปีแล้ว และเวลาแรงงานต่างด้าวไม่มีบ้านที่เข้ามาพักอาศัย ตนเองจึงไปติดต่อที่สำนักงานเขตให้ทำบัตรชมพูให้
ทำให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นภัยความมั่นคงของชาติ บัตรชมพูที่ต่างด้าวได้ไปนั้น เป็นการได้สิทธิการเรียนหนังสือ สิทธิรักษาพยาบาล และสามารถขอสัญชาติได้ด้วย ถือเป็นภัยความมั่นคงของรัฐ
เจ๊น้อย อ้างทันทีว่า เราไม่รู้เลย เพราะเขาก็ทำกันทุกเขต
ซึ่งขณะที่ เจ๊น้อย พูด มี ผู้บริหารทางกรุงเทพมหานคร ยืนอยู่ด้วย และยืนยันทันทีว่า "ไม่มีหรอกครับ มันผิดกฎหมาย แต่วันนี้ก็จะทราบตัวเจ้าหน้าที่แล้ว"
สำหรับการเปิดปฏิบัติการในวันนี้ สืบเนื่องจากช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน 2569 คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ตรวจสอบสำนักงานเขตดินแดง พบความผิดปกติในการย้ายบุคคลจำนวนมากเข้าอยู่ในทะเบียนบ้านเพียงไม่กี่แห่ง
จึงขยายผลตรวจสอบแฟลตดินแดงทั้งหมด 5,726 ห้อง พบเด็กต่างด้าวอายุ 5-15 ปี มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1,366 คน นอกจากนี้ ยังพบห้องพักต้องสงสัย 44 ห้องที่มีเด็กต่างด้าวตั้งแต่ 16 คนขึ้นไปถูกย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน โดยตรวจสอบเบื้องต้น 3 ห้อง พบเด็กต่างด้าวรวมถึง 140 ราย
พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 7 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย คือ นายพิธา, นายศุก และนางสาวณี / เจ้าบ้าน คนกลาง และนายหน้า 3 ราย คือ นางสาวนา (เจ้าบ้าน), นางสี (คนกลาง) และนางสาวยา (นายหน้า) / พยานรับรองอีก 1 ราย คือ นางสาวแพ จากปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบทั้ง 7 ราย
โดยทั้งหมดมีความผิดฐาน สนับสนุนเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, สนับสนุนเจ้าพนักงานรับรองเอกสารอันเป็นเท็จฯ, ร่วมกันทำหรือใช้เอกสารอันเป็นเท็จ ยินยอมให้นำบัตรไปใช้ในทางที่ทุจริตฯ