เนชั่นทีวี

ข่าว

กกต.ไม่กังวลฝ่ายค้านแฉฮั้ว สว.ย้ำยึดสำนวนคณะที่ 26 จ่อวินิจฉัยรายคน

14 ส.ค. 2569 | titayu_pur

กกต.ไม่กังวลฝ่ายค้านแฉฮั้ว สว.ย้ำยึดสำนวนคณะที่ 26 จ่อวินิจฉัยรายคน

กกต. ยันไม่กังวลฝ่ายค้านเตรียมเปิดหลักฐานฮั้วเลือก สว. เพิ่มเติม ชี้กระบวนการพิจารณาเป็นไปตามไทม์ไลน์ ยึดสำนวนชุดที่ 26 เป็นหลัก คาดเตรียมลงมติวินิจฉัยรายบุคคลเร็วๆ นี้

กกต. ยันไม่กังวลฝ่ายค้านเตรียมเปิดหลักฐานฮั้วเลือก สว. เพิ่มเติม ชี้กระบวนการพิจารณาเป็นไปตามไทม์ไลน์ ยึดสำนวนชุดที่ 26 เป็นหลัก คาดเตรียมลงมติวินิจฉัยรายบุคคลเร็วๆ นี้

KEY

POINTS

  • ยันไม่กังวลหลักฐานใหม่: กกต. พร้อมรับฟังข้อมูลฝ่ายค้าน แต่เน้นย้ำการพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. ต้องยึดพยานหลักฐานตามสำนวนสอบสวนชุดที่ 26 เป็นหลัก
     
  • โปร่งใสตรวจสอบได้: สยบข่าวลือช่วยพวกพ้อง ย้ำทุกมติวินิจฉัยมีเหตุผลรองรับชัดเจนเหมือนคำพิพากษาศาล และกรรมการทุกคนต้องรับผิดชอบดุลยพินิจตนเอง
     
  • เกาะติดไทม์ไลน์ลงมติ: คาดพิจารณาข้อหาชุดสุดท้ายเสร็จสัปดาห์นี้ ก่อนเว้นช่วง 1 สัปดาห์ให้ กกต. ตกผลึกข้อมูล และประชุมลงมติวินิจฉัยเป็นรายบุคคล

14 สิงหาคม 2569 กกต. โดย นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ยืนยัน กกต. ไม่หนักใจกรณี ฝ่ายค้าน เตรียมเปิดหลักฐาน ฮั้ว สว.เพิ่มเติมช่วงสุดสัปดาห์นี้ ชี้กระบวนการไต่สวนยังเดินหน้าตามไทม์ไลน์ โดยยึดพยานหลักฐานในสำนวนของคณะกรรมการชุดที่ 26 เป็นหลักในการพิจารณาความผิด พร้อมระบุหลังสรุปข้อหาชุดสุดท้ายจะเว้นระยะ 1 สัปดาห์ เพื่อให้กรรมการตกผลึกวิเคราะห์ข้อมูล ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน ลงมติ สว.เป็นรายบุคคล


นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นคดีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านเตรียมจะเปิดหลักฐานเพิ่มเติมในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ ทาง กกต. มีความกังวลหรือมองเรื่องนี้อย่างไรว่า ไม่กังวล เราพิจารณาเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน โดยสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ถือเป็นสำนวนหลัก ส่วนคณะอื่น ๆ เช่น คณะอนุกรรมการวินิจฉัยที่ 36 เป็นเพียงผู้มาให้ความเห็นว่าจะเห็นด้วยกับคณะที่ 26 หรือไม่ สำนวนคดีมีเพียงสำนวนเดียวเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล หากพยานหลักฐานในสำนวนหลักของคณะที่ 26 รวบรวมไว้ว่าอย่างไร กกต. ก็ต้องพิจารณาตามสำนวนนั้นเป็นหลัก แล้วนำความเห็นของคณะที่ 36 มาประกอบการพิจารณาว่าเหตุผลที่เห็นแย้งกันนั้นเป็นอย่างไร

 

 

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

 

ส่วนกระแสข่าวการโหวตลงมติคดีฮั้ว สว. ที่มีข่าวลือว่า สว. อาจจะรอด เพราะ กกต. ส่วนใหญ่ได้รับแต่งตั้งมาโดย สว. ชุดนี้ และจะตอบสังคมอย่างไรหากมีมติยกคำร้องหรือลงโทษบางคน นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ไม่ว่า กกต. ท่านใดจะมีมติให้ส่งศาลฎีกาหรือให้ยกคำร้อง ทุกอย่างจะต้องมีเหตุผลประกอบเสมอ ซึ่งในช่องคำวินิจฉัยจะมีการระบุว่าตัดสินด้วยเหตุผลตามคณะที่ 26 ตามคณะที่ 36 หรือเหตุผลอื่นที่ กกต. เห็นเพิ่มเติม ซึ่งเปรียบเหมือนคำพิพากษาของศาล ที่แม้อาจมีคนไม่เห็นด้วย แต่เมื่ออ่านแล้วจะรู้ว่ามีน้ำหนักมีเหตุผลหรือไม่ จึงขออย่าเพิ่งกังวล เพราะการลงมติต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ กกต. แต่ละท่าน และทุกคนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนวินิจฉัยไป

-เมื่อถูกถามย้ำถึงกรอบเวลา เนื่องจากฝ่ายค้านกังวลว่าการพิจารณาอาจยืดเยื้อจากเดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนกันยายน

 

นายสิทธิโชติ กล่าวว่า กระบวนการทำงานทั้งหมดเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้ ไม่มีการหลุดกรอบเวลาอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างแม่นยำและตรงตามแผนงาน ซึ่งในสัปดาห์สุดท้ายคาดว่าจะสามารถพิจารณาสำนวนคดีในทุกข้อหาได้จนจบกระบวนการ จากนั้นจะเหลือเพียงขั้นตอนการลงมติวินิจฉัย

 

สำหรับขั้นตอนการพิจารณานั้น กกต. ได้ดำเนินการประชุมพิจารณาไล่เรียงแยกย่อยทีละข้อหา โดยข้อหาแรกได้ใช้เวลาพิจารณาและพูดคุยกันมาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนเต็ม จากนั้นจึงทยอยพิจารณาข้อหาจนกระทั่งถึงข้อหาที่ 7 ซึ่งถือเป็นข้อหาชุดสุดท้าย ทั้งนี้เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาแต่ละบุคคลอาจถูกร้องเรียนและเชื่อมโยงในหลายข้อหาที่แตกต่างกัน บางคนอาจถูกกล่าวหาในหลายข้อหา หรือบางคนอาจมีเพียงข้อหาเดียว โดย กกต. จำเป็นต้องพิจารณาแยกแยะในรายละเอียดของแต่ละข้อหา ก่อนจะนำมาประมวลภาพรวมทั้งหมดร่วมกัน

 

ทั้งนี้ภายหลังจากที่ประชุมพิจารณาข้อหาชุดสุดท้ายแล้วเสร็จ จะมีการเว้นระยะเวลาไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการ กกต. แต่ละท่านได้นำข้อมูล พยานหลักฐาน และเหตุผลข้อโต้แย้งทั้งหมดไปพินิจวิเคราะห์ ตกผลึกทางความคิด และสรุปภาพรวมทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะกลับมาร่วมประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยเรียงรายบุคคลต่อไป

 

โดยการพิจารณาความหนักเบาของโทษมี 2 ระดับ คือ ระดับโทษทางอาญา และระดับที่หลักฐานไปไม่ถึงอาญาแต่ควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งมีการทุจริตหรือไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือไม่ ซึ่งเพียงแค่อย่างหลังก็สามารถส่งศาลฎีกาได้แล้ว โดยหลังจากพิจารณาครบทุกข้อหาแล้ว จะเว้นระยะเวลาไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ กกต. แต่ละท่านได้ไปตกผลึกและพิจารณาภาพรวมทั้งหมดก่อนลงมติ

 

ในส่วนของกระบวนการลงมติ กกต. ยอมรับว่าในการประชุมพิจารณาแต่ละข้อหา กรรมการแต่ละท่านย่อมมีการพูดคุย ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน และอาจมีคำตอบเบื้องต้นอยู่ในใจแล้ว แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวมจากข้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติม ความคิดเห็นนั้นก็อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ เปรียบเสมือนการมองภาพช้างทั้งตัว หากเห็นเพียงแค่หู ก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นช้าง แต่เมื่อพิจารณาไล่เรียงจนเห็นขา เห็นงวง และเห็นหลัง จึงจะสรุปภาพรวมที่แท้จริงได้ ซึ่งเมื่อถึงเวลาลงมติ กรรมการ กกต. ทุกท่านจะต้องมีเหตุผลประกอบคำวินิจฉัยของตนเองอย่างชัดเจนว่า เห็นชอบตามสำนวนหลักของคณะที่ 26 ตามความเห็นของคณะที่ 36 หรือมีเหตุผลอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถตรวจสอบและอธิบายต่อสังคมได้อย่างสมเหตุสมผล

 

-เมื่อถามว่า เรื่องนี้พอจะสรุปได้หรือไม่ว่ามีแกนนำพรรครัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

 

นายสิทธิโชติ กล่าวว่า มีข้อกล่าวหาเป็นเพียงแค่พยานบุคคล แต่จะต้องมีหลักฐานอื่นมาประกอบบ้าง หากเราส่งเรื่องไปศาลถ้าพยานพูดกล่าวอ้างถึงใครแล้วเราส่งไปหมดโดยที่ไม่มีหลักฐานอื่นประกอบ ก็อาจจะทำให้ศาลรับฟังไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นจะต้องมีหลักฐานอื่นมาประกอบ

ข่าวล่าสุด