เนชั่นทีวี

ข่าว

EXCLUSIVE : เปิดข้อมูลลับ “คณะที่ 26” หมัดน็อกฮั้ว สว. EP.2 ใครเป็นใคร ในขบวนการฮั้ว

14 ส.ค. 2569 | titayu_pur

EXCLUSIVE : เปิดข้อมูลลับ “คณะที่ 26” หมัดน็อกฮั้ว สว. EP.2 ใครเป็นใคร ในขบวนการฮั้ว

EXCLUSIVE : เปิดข้อมูลลับ “คณะที่ 26” หมัดน็อกฮั้ว สว. EP.2 ใครเป็นใคร ในขบวนการฮั้ว ใครอยู่ในชั้นวางแผน ชั้นเตรียมการ ชั้นปฏิบัติ และคณะที่ 26 การกระทำดังกล่าวทำไมจึงมองว่าผิดกฎหมาย

EXCLUSIVE : เปิดข้อมูลลับ “คณะที่ 26” หมัดน็อกฮั้ว สว. EP.2 ใครเป็นใคร ในขบวนการฮั้ว ใครอยู่ในชั้นวางแผน ชั้นเตรียมการ ชั้นปฏิบัติ และคณะที่ 26 การกระทำดังกล่าวทำไมจึงมองว่าผิดกฎหมาย

KEY

POINTS

  • แผน 5 ขั้นยึดสภาสูง: เปิดโฉมหน้าใครเป็นใคร ในขบวนการฮั้ว เผยพฤติการณ์ตั้งแต่เริ่มวางโปรแกรม เม.ย. 67 บังคับเซ็นใบลาออกล่วงหน้า ขนผู้สมัครเก็บตัวรอบกรุงเทพฯ ล็อกโหวตปั้น สว. ได้จริงถึง 140 คน
     
  • เปิดโครงสร้างและทุน 500 ล้าน: แบ่งหน้าที่ชัดเจนตั้งแต่ระดับนายใหญ่ คุมโควตา รมต.-อดีต รมต. คุมโพย จ่ายตอบแทนระดับอำเภอถึงประเทศสูงสุด 5 แสนบาท
     
  • หลักฐานวิทยาศาสตร์มัดแน่น: คณะ 26 พบหลักฐานแชตไลน์ พิกัด Google Maps ข้อมูล Cell Site และสถิติไฟฟ้ารีสอร์ต ยืนยันกระทำผิดขัด พ.ร.ป.สว. มาตรา 62

14 สิงหาคม 2569 คณะสอบสวนชุดที่ 26 เปิดหลักฐานเชิงลึกแฉขบวนการ ฮั้ว สว. ข้อมูล EP.2 "ใครเป็นใคร ในขบวนการฮั้ว" ที่เผย "พฤติการณ์ขบวนการฮั้ว" ใครอยู่ในขั้นไหน ละครสำคัญ การแบ่งหน้าที่ ขั้นตอนปฏิบัติ


เนชั่นออนไลน์ รายงานเกาะติดเบื้องลึกขบวนการฮั้ว สว.กับแผนปฏิบัติการแยบยลในการเข้ายึดครองสภาสูง ผ่าน "บันได 5 ขั้น" เพื่อปั้น 140 สว. ในสังกัดให้ได้ตามเป้าหมาย โดยพบพฤติการณ์ขบวนการฮั้ว ที่มีการวางแผนเป็นระบบ ใช้เม็ดเงินมหาศาล และมีตัวละครระดับบิ๊กทางการเมือง บงการอยู่เบื้องหลัง

 

บันได 5 ขั้น ปั้น 140 สว.

ขั้นที่ 1: วางแผนล้ำลึก-สูตรคำนวณแฟลชไดรฟ์

 

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 เมื่อกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคการเมืองหนึ่ง จับมือกับแกนนำพรรค จัดตั้งขบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. ในสังกัด ขบวนการนี้มีการคิดค้นระบบและสูตรคำนวณผลการเลือกอย่างละเอียด บันทึกข้อมูลลงในแฟลชไดรฟ์เพื่อนำไปเปิดหารือและจัดอบรมแบบออฟไลน์ แผนการดังกล่าวถูกนำเข้ารายงานในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยมีการการันตีคะแนนโหวตรอบไขว้ไว้สูงถึง 60 คะแนนสำหรับระดับหัวกะทิ ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายคว้าเก้าอี้ สว. ไว้ที่ 110–120 คน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาจริงกลับทำยอดได้สูงถึง 130–140 คน

 

ขั้นที่ 2: ตระเตรียมการ-ยุทธศาสตร์ปูพรมทุกอำเภอ

 

ในขั้นการตระเตรียมการ มีการสั่งการให้ สส. และหัวคะแนนในระดับพื้นที่ จัดหาผู้สมัครลงให้ครบทุกอำเภอและทุกกลุ่มอาชีพ โดยวางแผนปิดช่องโหว่ว่า ไม่ว่าจะจับสลากเลือกไขว้ไปเจอกลุ่มใด ก็จะมีคนในเครือข่ายของตนเองรอโหวตให้อย่างแน่นอน

 

ขั้นที่ 3: ยื่นหมูถึงได้แมว-มาตรการกัน "งูเห่า"

 

ขบวนการนี้ใช้กฎเหล็ก "ยื่นหมู ถึงได้แมว" หากหัวหน้าทีมในพื้นที่ใดสามารถรวบรวมโหวตเตอร์ได้ 15-20 คน เพื่อเข้าสู่การเลือกระดับประเทศ จะได้รับโควตาเป็น “สว. ตัวจริง 1 คน” แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือมาตรการป้องกันการแตกแถว โดยผู้สมัครในเครือข่ายทุกคนถูกบังคับให้เซ็น "ใบลาออกจากตำแหน่ง สว." ไว้ล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนไว้เป็นหลักประกัน

ขั้นที่ 4: ลงมือปฏิบัติ-ติวเข้มโพยฮั้วในเซฟเฮาส์

 

ก่อนวันเลือกจริง มีการจัด "ติวเข้ม" และจัดทำ "โพยฮั้ว" อย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยนำผู้สมัครไปเก็บตัวตามโรงแรมและรีสอร์ตในรัศมี 30–100 กิโลเมตรจากเมืองทองธานี เช่นในจังหวัดอยุธยา นครนายก และปทุมธานี ภายในแคมป์เก็บตัวจะมีทีมงาน "ติวเตอร์" ควบคุมใกล้ชิด มีการยึดโทรศัพท์มือถือ และสั่งให้ผู้สมัครใช้ไม้บรรทัดตีตารางคัดลอกหมายเลขผู้สมัครลงใน “สมุดแนะนำตัว (สว.3)” เพื่อให้แม่นยำในการลงคะแนน

 

ขั้นที่ 5: จบงานแบ่งเค้ก-รับนโยบาย "ผู้นำจิตวิญญาณ"

 

หลังประกาศผลและได้จำนวน สว. ตามเป้า ขบวนการได้นัดรวมตัวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ฯ เพื่อรับนโยบายจากบุคคลที่ถูกนิยามว่าเป็น “ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคการเมือง” พร้อมกับการวางตำแหน่งสำคัญในสภาสูง ทั้งประธานวุฒิสภา รองประธาน และประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 21 คณะ

 

"ใครเป็นใครในขบวนการฮั้ว"

 

  • "นายใหญ่": รับฟังและอนุมัติแผน กำหนดเงื่อนไขโควตา และจัดสรรตำแหน่ง
  • "นายรอง" และ "นายน้อย": ดูแลด้านอำนวยการและวางระบบโปรแกรมฮั้ว โดยมี "ลูกนายใหญ่-ลูกบ้านใหญ่" คอยสนับสนุน
  • "เจ๊ ร.": คุมทีมติวเตอร์และรวบรวมโพย โดยใช้พื้นที่ชั้น 4 ของ "ที่ทำการพรรค" เป็นฐานปฏิบัติการ
  • "นาง ร. (น.)": ทำหน้าที่กลั่นกรองงาน เป็นหัวจ่ายเงิน และเก็บรวบรวมใบลาออกล่วงหน้า
  • "นาย ท. - นาย ว. - นาย ศ.": ดีกรีระดับรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรี รับผิดชอบบัญชีผู้สมัครและโพยในแต่ละภาค ทั้งอีสานเหนือ และภาคใต้

 

"ลงทุน 500 ล้านยึดสภาสูง"

 

สำหรับเม็ดเงินที่ใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้ คาดว่าสูงถึง 500 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นระดับจังหวัดประมาณจังหวัดละ 1 ล้านบาท ส่วนค่าตอบแทนผู้สมัครหรือโหวตเตอร์จะลดหลั่นกันไป ตั้งแต่ระดับอำเภอ 10,000 – 50,000 บาท, ระดับจังหวัด 50,000 บาท และระดับประเทศพุ่งสูงถึง 200,000 - 500,000 บาทต่อคน โดยมีการจ่ายมัดจำก่อนเดินทางและจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งค่าเดินทางและที่พัก มีผู้รับผิดชอบที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงนักการเมืองคนสำคัญ

 

"ความเห็นคณะ 26 หลักฐาน-พยานแวดล้อมสุดแน่นหนา!"

 

แม้ฝ่ายการเมืองและ สว. ที่ถูกกล่าวหาจะให้การปฏิเสธ แต่ความเห็นจาก "คณะ 26" ระบุว่า พยานหลักฐานมีน้ำหนักน่าเชื่อถือและสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน ทั้งแชตไลน์, พิกัด Google Maps, ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ (Cell Site) รวมถึงสถิติการใช้ไฟฟ้าในโรงแรมที่เกิดเหตุ

 

การกระทำดังกล่าวถูกชี้ชัดว่า เป็นกระบวนการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. โดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขัดต่อหลักเสรีภาพและความลับในการลงคะแนน ส่งผลให้การเลือก สว. มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 

 

 

EXCLUSIVE : เปิดข้อมูลลับ “คณะที่ 26” หมัดน็อกฮั้ว สว. EP.2 ใครเป็นใคร ในขบวนการฮั้ว

ข่าวล่าสุด