แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก แต่ทางฝั่ง กกต. ยังคงแสดงท่าทีแข็งแกร่งและโต้กลับทุกประเด็น เช่น กรณีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ซึ่งมีเอกสารข่าวออกมาชี้แจงอย่างรวดเร็ว
ข่าวล่าสุด ยังยืนยันด้วยว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่ได้นัดหมายสรุปสำนวนและลงมติในวันจันทร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม คือวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ซึ่งครบกำหนด 12 สัปดาห์พอดี โดยการลงมติจะกระทำ “ครั้งเดียวคราวเดียว” แต่อาจมีการแยกเป็นรายจังหวัด ก่อนจะเปิดแถลงผลและเหตุผลในช่วงต้นเดือนกันยายน
สำหรับผลการลงมตินั้น มีข่าววงในแจ้งว่าจะมีสำนวนที่ กกต. ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาจำนวนหนึ่ง และมีคำสั่งยกคำร้องจำนวนหนึ่ง
รายการ “ข่าวข้นฯ” ได้รับคำยืนยันจากคนวงใน
จะไม่มีการ “ฟ้องยกล็อต” หรือ “ยกคำร้องยกล็อต” อย่างแน่นอน กล่าวคือ กกต. จะไม่ลงมติไปตามความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 หรือคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมีมติตรงข้ามกัน ไปในทางใดทางหนึ่งแบบ 100% เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันการถูกร้องเรียนว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่ กกต. จะลงมติส่งศาลฎีกายังมีตัวเลขที่ไม่แน่ชัด โดยคาดว่าจะอยู่ที่ราว 30-60 คน และสูงสุดไม่น่าเกิน 100 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายการเลือก สว. ระดับจังหวัด กลุ่มโหวตเตอร์ กลุ่มพลีชีพ และกลุ่มหัวคะแนนฝ่ายการเมืองที่มีบทบาทในการประสานงานหรือจ่ายผลประโยชน์ทั้งในรูปตัวเงินและสิ่งแลกเปลี่ยนอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวที่น่าตกใจจากคนใน กกต. ว่า อาจไม่มี สว.ตัวจริง หรือแม้แต่ตัวแทนจากพรรคการเมืองใหญ่ ถูกส่งชื่อไปดำเนินคดีที่ศาลฎีกาเลย ซึ่งจะเป็นแนวทางในการอธิบายว่า สว.ตัวจริงเป็นเพียง “ผู้ถูกเลือก” ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับขบวนการจัดฮั้ว และไม่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึง เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในการดำเนินคดีแต่ละจังหวัด
จากท่าทีอันแข็งแกร่งดุจหินผาของ “7 เสือ กกต.”
ส่งผลให้ฝ่ายต่อต้านเตรียมงัดหมัดเด็ดขั้นสุดท้าย ซึ่งเปรียบเสมือนหมัดน็อคที่หากไม่สามารถล้มได้ ฝ่ายทวงความยุติธรรมก็ต้องยอมหัวแตกและวิ่งชนกำแพง
โดยหมัดเด็ดที่ว่านี้คือการเตรียมเปิดเผยหลักฐานจากรายงานการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ซึ่งมีความหนาราว 1,500 หน้า (นับเฉพาะเนื้อหาสำคัญจริงๆ)
การเปิดหลักฐานชุดนี้จะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงไปถึงการฟ้องร้องคดีต่อผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนพฤติการณ์ช่วยเหลือและตัดตอนขบวนการฮั้ว สว. ที่ไม่ได้ถูกส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา มีรายงานว่าพรรคประชาชนได้รับข้อมูลดังกล่าวมาบางส่วนแล้ว และเตรียมเปิดแถลงต่อเนื่องในเวทีสาธารณะคล้ายกับการนำพยานมาแฉ
โดยหลักฐานนี้ถือเป็น “ไม้เด็ด” สำคัญ เนื่องจากในรายงานมีการระบุชัดเจนว่าพฤติการณ์กระทำความผิดของฝ่ายการเมืองเชื่อมโยงไปถึงการกระทำของพรรค และอาจมีข้อเสนอให้ยื่นยุบพรรคการเมือง รวมถึงตัดสิทธิทางการเมืองของผู้เกี่ยวข้องในระดับแกนนำด้วย