เนชั่นทีวี

ข่าว

เท้ง ลั่นยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถล่มระบอบสีน้ำเงิน จวกนายกแซะไหม

14 ส.ค. 2569 | titayu_pur

เท้ง ลั่นยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถล่มระบอบสีน้ำเงิน จวกนายกแซะไหม

“เท้ง ณัฐพงษ์” ผู้นำฝ่ายค้าน ลั่นยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสมัยประชุมหน้าแน่นอน จัดหนักระบอบสีน้ำเงินปมฮั้ว สว. พร้อมจวกนายกฯ โพสต์พาดพิง “ศิริกัญญา” ไม่เหมาะสม

“เท้ง ณัฐพงษ์” ผู้นำฝ่ายค้าน ลั่นยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสมัยประชุมหน้าแน่นอน จัดหนักระบอบสีน้ำเงินปมฮั้ว สว. พร้อมจวกนายกฯ โพสต์พาดพิง “ศิริกัญญา” ไม่เหมาะสม

KEY

POINTS

  • ลั่นยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจสมัยหน้า: "เท้ง ณัฐพงษ์" ยืนยันยื่นซักฟอกแน่นอนในสมัยประชุมหน้า แต่ขออุบไทม์ไลน์เพื่อป้องกันนายกฯ ยุบสภาหนี พร้อมแย้มมีข้อมูลเชิงลึกเปิดแผลฉ้อฉล
     
  • ถล่มระบอบสีน้ำเงิน-ปมฮั้ว สว.: ชี้ประเทศไม่มีอนาคตหากบริหารด้วยระบอบสีน้ำเงิน เผยมีหลักฐานคลิปเสียงและเส้นทางเงินเชื่อมโยงกรณีโกง สว. ไปถึงนักการเมืองฝั่งภูมิใจไทย
     
  • จวกพฤติกรรมนายกฯ ไม่เหมาะสม: อัดนายกรัฐมนตรีใช้โซเชียลส่วนตัวโพสต์แซะ "ศิริกัญญา" แต่กลับไม่กล้ายอมรับตรงๆ ชี้เป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำประเทศ

14 สิงหาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้า พรรคประชาชน ประกาศเตรียมยื่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลในสมัยประชุมหน้าแน่นอน โดยเน้นย้ำว่า ฝ่ายค้านได้เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสและการทุจริตฉ้อฉลของ ระบอบสีน้ำเงิน เพื่อนำมาเปิดแผลใหญ่กลางสภาฯ พร้อมชี้หลักฐานเส้นทางการเงินเชื่อมโยงคดีฮั้ว สว. ถึงซีกรัฐบาล และอัดพฤติกรรมนายกรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมกรณีโพสต์โซเชียลแซะ ศิริกัญญา แล้วไม่ยอมรับตรงๆ


ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า จะเป็นในสมัยประชุมหน้านี้แน่นอน แต่จะเป็นช่วงเวลาใดนั้นเนื่องจากเป็นจังหวะทางการเมือง มีเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ฝ่ายบริหารหรือนายกรัฐมนตรี จะไม่สามารถยุบสภาฯ ได้ หลังจากที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นการเปิดเผยไทม์ไลน์ที่จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงขัดกับเรื่องของการเมืองเล็กน้อย ฉะนั้นจึงไม่สามารถบอกในส่วนนี้ได้ แต่จะเป็นในสมัยประชุมหน้าแน่นอน 



นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

-เมื่อถามว่า อะไรจะเป็นแผลที่ใช้โจมตีรัฐบาล

 

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วมีมากมายในเรื่องของระบอบสีน้ำเงิน ที่ปัจจุบันเป็นรากของปัญหาในแต่ละเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ความไม่โปร่งใสขององค์กรอิสระ ซึ่งตนคิดว่าประชาชนเห็นภาพชัดเจนขึ้นทุกวัน ว่าตราบใดที่เรายังมีรัฐบาลที่บริหารประเทศภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ประเทศไทยไม่มีอนาคตแน่นอน และต้องเรียกว่า ข้อมูลทุกอย่างที่รัฐบาลบริหารประเทศอย่างฉ้อฉลและผิดพลาด เราเก็บไว้หมดและทุกอย่าง จะถูกนำมาเปิดในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ


 

-ต่อข้อถามว่า มีอะไรบ้างที่จะทำให้ประชาชนรู้สึกตื่นเต้น

 

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จะเป็นข้อมูลในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งจริงๆ ในฐานะฝ่ายค้านเราตรวจสอบทุกวันอยู่แล้ว ผ่านการตั้งกระทู้และเวทีของกรรมาธิการ ฉะนั้นหากจะพูดถึงกรอบเนื้อหา จะเป็นข้อมูลเชิงลึกมากยิ่งขึ้น ซึ่งในการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านเราจะไม่สามารถเปิดเผยได้ในเวทีของสื่อหรือเวทีต่างๆ แต่เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีเอกสิทธิ์ในการคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอยู่

 

-เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องการฮั้ว สว. จะถูกชูเป็นประเด็นหลักหรือไม่
 


นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องของการโกง สว. เป็นประเด็นหนึ่ง แต่เรายังมีอีกหลายประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน จึงอยากให้ทุกคนรอติดตามว่าพรรคประชาชนจะมีการอภิปรายในประเด็นใดบ้าง

 

-เมื่อถามว่า ฝั่งรัฐบาลมีการทักท้วงมาตลอดว่าเรื่องการฮั้ว สว. ไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล เป็นเรื่องของ สว. กังวลหรือไม่ว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะไม่บรรจุญัตติดังกล่าว


นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากขณะนั้นมีความคิดเห็นของประธานสภาฯ ออกมาเช่นนั้นจริง ฝ่ายค้านคงจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุด เพราะเชื่อว่าหลักฐานที่พรรคประชาชนเปิดเผยออกมาเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการเงิน การไปอยู่ในสถานที่เดียวกัน คลิปเสียง สุดท้ายก็โยงใยไปที่ฝั่งนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีกของพรรคภูมิใจไทย ฉะนั้นการที่จะออกมาปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ตนคิดว่าพูดลำบาก

 

-เมื่อถามถึงกรณีมีการโยงโพสต์ของนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องการวิ่งชนกำแพง เข้ากับกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาระบุว่า เหนื่อยกับการสู้กับกำแพง จนทำให้เกิดวิวาทะระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน มองอย่างไร


นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควรจะใช้เวทีในการสื่อสารทุกเวที รวมถึงโซเชียลมีเดียส่วนตัวแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่การใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อมาพูดซึ่งอาจจะพาดพิงนักการเมืองฝั่งตรงข้าม แล้วเมื่อถูกสื่อมวลชนถามก็ไม่กล้าที่จะยอมรับตรงๆ นั้น ตนคิดว่าไม่ได้เป็นการแสดงออกที่เหมาะสม สำหรับคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ข่าวล่าสุด