-ต่อข้อถามว่า มีอะไรบ้างที่จะทำให้ประชาชนรู้สึกตื่นเต้น
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จะเป็นข้อมูลในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งจริงๆ ในฐานะฝ่ายค้านเราตรวจสอบทุกวันอยู่แล้ว ผ่านการตั้งกระทู้และเวทีของกรรมาธิการ ฉะนั้นหากจะพูดถึงกรอบเนื้อหา จะเป็นข้อมูลเชิงลึกมากยิ่งขึ้น ซึ่งในการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านเราจะไม่สามารถเปิดเผยได้ในเวทีของสื่อหรือเวทีต่างๆ แต่เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีเอกสิทธิ์ในการคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอยู่
-เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องการฮั้ว สว. จะถูกชูเป็นประเด็นหลักหรือไม่
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องของการโกง สว. เป็นประเด็นหนึ่ง แต่เรายังมีอีกหลายประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน จึงอยากให้ทุกคนรอติดตามว่าพรรคประชาชนจะมีการอภิปรายในประเด็นใดบ้าง
-เมื่อถามว่า ฝั่งรัฐบาลมีการทักท้วงมาตลอดว่าเรื่องการฮั้ว สว. ไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล เป็นเรื่องของ สว. กังวลหรือไม่ว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะไม่บรรจุญัตติดังกล่าว
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากขณะนั้นมีความคิดเห็นของประธานสภาฯ ออกมาเช่นนั้นจริง ฝ่ายค้านคงจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุด เพราะเชื่อว่าหลักฐานที่พรรคประชาชนเปิดเผยออกมาเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการเงิน การไปอยู่ในสถานที่เดียวกัน คลิปเสียง สุดท้ายก็โยงใยไปที่ฝั่งนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีกของพรรคภูมิใจไทย ฉะนั้นการที่จะออกมาปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ตนคิดว่าพูดลำบาก
-เมื่อถามถึงกรณีมีการโยงโพสต์ของนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องการวิ่งชนกำแพง เข้ากับกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาระบุว่า เหนื่อยกับการสู้กับกำแพง จนทำให้เกิดวิวาทะระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน มองอย่างไร
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควรจะใช้เวทีในการสื่อสารทุกเวที รวมถึงโซเชียลมีเดียส่วนตัวแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่การใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อมาพูดซึ่งอาจจะพาดพิงนักการเมืองฝั่งตรงข้าม แล้วเมื่อถูกสื่อมวลชนถามก็ไม่กล้าที่จะยอมรับตรงๆ นั้น ตนคิดว่าไม่ได้เป็นการแสดงออกที่เหมาะสม สำหรับคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี