ด้าน ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือ 'มหาหมี' รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม กล่าวถึงกรณีการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองโฉนดที่ดินจากชื่อนายเฮียง พิมพ์ศรี มาเป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามนั้น สามารถทำได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอว่าศาลฎีกาจะรับคำร้องของทายาทเจ้าของที่ดินที่ไปยื่นเรื่องไว้ต่อศาลหรือไม่ เนื่องจากสิทธิในที่ดินเป็นของวัดป่าอดุลยารามมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 ที่นายเฮียง ได้มอบโฉนดที่ดินให้ทางราชการเพื่อสร้างวัด การเสียชีวิตของนายเฮียง ไม่ได้ทำให้สิทธิของวัดสิ้นสุดลงไปตามที่ทางทายาทกล่าวอ้าง
ที่ผ่านมาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลแพ่ง ก็ได้เคยตัดสินวินิจฉัยไว้แล้วว่า สิทธิในที่ดินเป็นของวัด ทำให้ทางวัดสามารถทำเรื่องขอเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองในโฉนดได้เลย แต่ขั้นตอนอาจต้องใช้เวลาตามกระบวนการ หากขั้นตอนเรียบร้อย และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนาม ก็จะสามารถเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครอง เป็นวัดป่าอดุลยารามได้
และ กรณีที่เกิดขึ้นกับวัดป่าอดุลยาราม จะนำไปเป็นกรณีศึกษาให้กับวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ หากวัดใดที่ยังไม่ได้โอนหรือเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองอย่างถูกต้อง ทราบว่าทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะมีการสำรวจและเร่งดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันข้อพิพาทในลักษณะนี้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีหลายพันวัดที่ที่ดินวัดยังมีสถานะเหมือนวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการต่อไป
ขณะที่ นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การได้มาของกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัดแห่งนี้ ต่อไปก็เข้าสู่กระบวนการหลังจากที่ทางเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้นำโฉนดที่ดิน โฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่กว่า 21 ไร่ มาตรวจสอบและยืนยันได้แล้วว่าเป็นฉบับจริง โดยเป็นชื่อของนายเฮียง พิมพ์ศรี ซึ่งการได้มาโดยกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือกฎหมายอื่น
แต่การเปลี่ยนแปลงผู้ถือกรรมสิทธิ์เจ้าพนักงานที่ดิน ก็จะต้องมีการโอนตามกฎหมายให้ถูกต้อง ซึ่งศาลได้มีการตัดสินให้เป็นที่ของวัดแล้วก็ตาม แต่ขั้นตอนต่อไปนั้นก็จะต้องทำตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 84 ทำให้ในวันนี้ไม่สามารถโอนเจ้าของที่ดินวัดจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นของวัดได้ เนื่องจากต้องดำเนินการตามมาตรา 84 ให้ครบถ้วน
ในปัจจุบัน ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 84 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับมอบอำนาจแทน แต่ก็จะมีระเบียบของกรมที่ดินปี 2553 ในขั้นตอนการปฏิบัติที่มีรายละเอียด เช่น การตรวจสอบรายละเอียดของวัด แผนผัง ทรัพย์สิน กุฏิวัด ว่าตั้งอยู่บริเวณใดในพื้นที่วัด
จากนั้น จะมีการส่งเรื่องไปยังที่ว่าการอำเภอ เพื่อจะได้ไปตรวจสอบ ว่ามีผลกระทบอะไรกับชุมชนที่อยู่ติดวัดหรือไม่ หรือมีความเหมาะสมกับชุมชนหรือไม่ตามหนังสือของกระทรวงมหาดไทย จะได้มีการรวบรวมเอกสารทั้งหมดก่อนส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ตามขั้นตอนต่อไป จะเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จให้เร็วที่สุด