รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่พิพาท "ที่ดินเขากระโดง" ท้าเอาหลักฐานมายัน
20 ธ.ค. 2567 | thunchanok_kul

รมช.มหาดไทย พร้อม อธิบดีกรมที่ดิน ร่วมเปิดเวทีสัมมนาฯ ข้อพิพาท "ที่ดินเขากระโดง" ชี้ชาวบ้านอยู่ถูกต้องตามกฎหมาย ท้าการรถไฟเอาหลักฐานมายัน
ข่าว
20 ธ.ค. 2567 | thunchanok_kul

รมช.มหาดไทย พร้อม อธิบดีกรมที่ดิน ร่วมเปิดเวทีสัมมนาฯ ข้อพิพาท "ที่ดินเขากระโดง" ชี้ชาวบ้านอยู่ถูกต้องตามกฎหมาย ท้าการรถไฟเอาหลักฐานมายัน
20 ธันวาคม 2567 ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.บุรีรัมย์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มท.) และ นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายเจนกิจ เชฏฐวาณิชย์ รองอธิบดีกรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาเปิดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการกรณีที่ดินรถไฟ หรือ ที่มีการเรียกกันในภายหลังมีข้อพิพาทกันว่า "ที่ดินเขากระโดง" มีชาวบ้านกว่า 200 คน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.อีสาณ และ ต.เสม็ด ซึ่งได้รับผลกระทบหลังจากศาลฏีกามีมติให้กรมที่ดิน เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ทั้งหมด 5,083 ไร่ ต่างถือเอกสารสิทธิ์ที่ดินของตัวเองมายืนยันต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า เป็นที่ดินที่ชาวบ้านอยู่มาก่อน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท) จะสร้างทางเข้ามา
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จการสัมมนา รมช.กระทรวงมหาดไทย และคณะได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดสิ้นสุดของทางการรถไฟที่กิโลเมตร 6.2 โดยมีชาวบ้านมารอพบอยู่หลายจุด
นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า ตามประมวลกฎหมายที่ดินที่จะมีการยกเลิก หรือเพิกถอน จริงแล้วจะต้องมีหลักฐานปรากฏชัดเจนมากกว่านี้ และให้ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ได้รับรู้ด้วย
ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.กระทรวงมหาดไทย กล่าวย้ำว่า ในช่วงที่ผ่านมาจะมีข่าวออกมาว่า ประชาชน หรือนักการเมืองไปรุกล้ำที่ของการรถไฟ จึงจำเป็นต้องเดินทางมาตรวจสอบด้วยตนเอง เท่าที่ทราบที่ดินจำนวน 5,083 ไร่ มีหน่วยงานราชการตั้งอยู่ในพื้นที่นี้ถึง 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย
และที่ดินจำนวนนี้ มีประชาชน จำนวน 4,712 ครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งจากการพบปะประชาชนแล้ว ชาวบ้านยืนยันว่าตอนที่ออกเอกสารสิทธิ์ การรถไฟได้มีเอกสารยืนยันว่า ไม่ใช่ที่ดินการรถไฟ เป็นที่ดินที่ประชาชนสามารถอยู่ได้ และจากข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านพบว่า ชาวบ้าน มาอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2460 ก่อนที่จะมีการออกกฤฎีกา สำรวจแนวเขตการรถไฟ
นายทรงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า กรณีนี้จะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ตนได้แค่สังเกตทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็มักจะนำเรื่องนี้หยิบยกขึ้นมาเกี่ยวข้องด้วย จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับเมืองก็คงไม่ได้
นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าการรถไฟทำแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจ เพราะส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งไม่ใช่รายเดียว ดังนั้นการรถไฟ ต้องนำเอกสารมาพิสูจน์ที่มาของการได้มาของที่ดินผืนนี้ เท่าที่ศึกษามา การรถไฟจะได้ที่ดินของการรถไฟมาจะต้องออกกฤษฎีกา สำรวจ ออกกิจการจัดซื้อจัดหา ต้องมีแผนที่ ต้องมีการจ่ายค่าทำขวัญ และต้องนำแผนที่ไปลงราชกิจจานุเบกษาเป็นกฎหมาย
กรณีที่การรถไฟอ้างสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ การรถไฟต้องอ้างหลักฐานออกมาชัดเจน เพราะกระทบกับประชาชน กรณีที่พรรคประชาชนออกมาพูดดูแล้วหลังฐานที่นำมานำเสนอเป็นหลักฐานที่ไม่ค่อยตรงกัน
ข่าวล่าสุด