เนชั่นทีวี

ข่าว

"พัฒนา" เดือดจี้ "บอร์ด สปสช." เคลียร์งบ "บัตรทอง" 6 หมื่นล้าน ปี 68 หายไปไหน? ปัดโยกงบทำ "อีเวนท์"

03 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"พัฒนา" เดือดจี้ "บอร์ด สปสช." เคลียร์งบ "บัตรทอง" 6 หมื่นล้าน ปี 68 หายไปไหน? ปัดโยกงบทำ "อีเวนท์"

"พัฒนา" เดือดจี้ "บอร์ด สปสช." เคลียร์งบ "บัตรทอง" 6 หมื่นล้าน ปี 68 หายไปไหน? ปัดโยกงบทำ "อีเวนท์" " พร้อมลุยสอบปม "ป่วยทิพย์" รู้ผลสัปดาห์นี้

"พัฒนา" เดือดจี้ "บอร์ด สปสช." เคลียร์งบ "บัตรทอง" 6 หมื่นล้าน ปี 68 หายไปไหน? ปัดโยกงบทำ "อีเวนท์" " พร้อมลุยสอบปม "ป่วยทิพย์" รู้ผลสัปดาห์นี้

KEY

POINTS

  • จี้เคลียร์งบ 6 หมื่นล้าน: รมว.สธ. จี้บอร์ด สปสช. แจงงบปี 68 กว่า 6 หมื่นล้านหายไปไหน เข้า รพ. สธ. แค่ 64%
  • ปัดโยกงบจัดอีเวนต์: ยืนยันไม่มีการโยกงบโรงพยาบาลมาทำอีเวนต์ "หมอพร้อม" ชี้ รพ.ต้องสำรองจ่ายก่อน
  • ลุยสอบปมป่วยทิพย์: จ่อตรวจสอบข้อมูลคีย์ "ป่วยทิพย์" และระบบ Health link รู้ผลชัดเจนภายในสัปดาห์นี้

3 สิงหาคม 2569 ล่าสุด รายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" ทางช่อง Nation TV หมายเลข 22 ดำเนินรายการโดย "หมาแก่" ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ "แมวสาว" อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ 

เจาะลึกปมร้อนประเด็น "หมอสุภัทร" โพสต์แฉ กระทรวงสาธารณสุขปมงบ "บัตรทอง" ใช้เทคนิก โยกงบ "บัตรทอง" บางส่วนมาใช้ในการจ้างจัด "อีเว้นท์" พร้อมตั้งฉายากระทรวงสาธารณสุขว่า "กระทรวงแห่งอีเว้นท์" และอีกหนึ่งปมร้อนคือ "พัฒนา" จี้เคลียร์งบ "บัตรทอง" ปี 68 จำนวน 6 หมื่นล้าน หายไปไหน และวันนี้จะมีประชุม "บอร์ด สปสช." หรือ "บอร์ดบัตรทอง" 

 

 

โดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ปมงบ "บัตรทอง" ปี 68 จำนวน 6 หมื่นล้าน หายไป ว่า ในฐานะ รมว.สาธารณสุข ก็เป็นประธานบอร์ด สปสช.โดยตำแหน่ง ที่นี่ก็มาดูข้อมูลพบว่า ในปี 68 เรามีเงินที่ได้รับจัดสรรมา 168,000 ล้านบาท ไม่นับรวมเงินเดือนเจ้าหน้าที่ เราก็เลยมาดูฐานข้อมูล Financial Data Hub (FDH) เราก็เห็นว่ามีตัวเลขที่โรงพยาบาลในสาธาณสุขได้รับเงินจาก สปสช.ประมาณ 107,000 ล้านบาท หรือประมาณ 64% จากงบประมาณที่ สปสช.จัดสรรมา ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขดูแลคนกว่า 40 ล้านคน คิดเป็น 80% จริงมีตัวเลขของการลงทะเบียนผู้ป่วย (register) แต่ว่า 64% ค่อนข้างน้อย ก็เลยไปเจอตัวเลขตัวนี้ 

 

 

"พัฒนา" เดือดจี้ "บอร์ด สปสช." เคลียร์งบ "บัตรทอง" 6 หมื่นล้าน ปี 68 หายไปไหน? ปัดโยกงบทำ "อีเวนท์"

 

"พัฒนา" เดือดจี้ "บอร์ด สปสช." เคลียร์งบ "บัตรทอง" 6 หมื่นล้าน ปี 68 หายไปไหน? ปัดโยกงบทำ "อีเวนท์"

 

"พัฒนา" เดือดจี้ "บอร์ด สปสช." เคลียร์งบ "บัตรทอง" 6 หมื่นล้าน ปี 68 หายไปไหน? ปัดโยกงบทำ "อีเวนท์"

 

 

 

 

 

 

 

"หมาแก่" ถามว่า งบ 168,000 ล้านบาท เป็นงบ "บัตรทอง" ที่จัดสรรมาให้ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขใช่ไหม

นายพัฒนา ตอบ 168,000 ล้านบาท เป็นงบใน ปี 68 ที่ได้รับมา เป็นงบ "บัตรทอง" ที่ได้รับจัดสรรมา ไม่รวมเดือนเจ้าหน้าที่

 

 

"หมาแก่" ถามว่า ที่หายไปกลมๆประมาณ 6 หมื่นล้าน บอร์ด สปสช. คนบริหาร "บัตรทอง" ก็ต้องตอบให้ได้ว่ามันหายไปไหน

นายพัฒนา ตอบ ตรงนี้ก็พอจะทราบว่ามีการจัด "บริการ" ที่เป็นหน่วยให้ "บริการนอกสาธารณสุข" ก็มีอยู่อีกบางส่วน 

 

 

"หมาแก่" ถามว่า แสดงว่างบ "บัตรทอง" ที่ให้เป็นรายหัว ที่จัดสรรให้  โรงพยาบาลทั้งในและนอก สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ใช่ไหมครับ 

นายพัฒนา กล่าวว่า ใช่ครับ รวมไปถึงหน่วยที่ไม่ใช่โรงพยาบาลให้บริการด้วย นั่นอาจหมายถึง "เอกชน-สมาคม-มูลนิธิต่างๆ" ซึ่งเข้ามารับส่วนตรงนี้ด้วย 

 

 

"หมาแก่" ถามว่า ที่นี่ที่บอกว่างบหายยอดใหญ่ ปี 68 จาก 168,000 ล้านบาท เป็นงบที่ สปสช.จัดงบให้ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรืออย่างไร หรือรวมโรงพยาบาลนอกสังกัดด้วย 

นายพัฒนา เผยว่า งบ 168,000 ล้านบาท ก็ต้องมาดูลสุขภาพ ขอประชาชนคนไทยทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ก็ดูแลผ่านโรงพยาบาล ทีนี่มันก็มีการจัดบริการหน่วยให้บริการนอกโรงพยาบาล ซึ่งผมก็เห็นว่าเป็นจำนวนที่น่าจะสูงมาก เพราะเงินเข้าโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขแค่ 107,000 ล้านบาท 

 

 

"หมาแก่" ถามว่า ในยอดใหญ่ 160,000 บาท เข้าไปที่ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกลมๆแค่ 100,000 บาท ดังนั้นอีก 60,000 บาท มันหายไปไหน เป็นได้ไหมว่ายอด 60,000 บาท มันไม่ได้หายไปไหนหรอก เค้ากระจายไปโรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 

นายพัฒนา ตอบว่า เป็นไปได้ครับ อาทิเช่น โรงพยาบาลกลุ่มที่เราเรียกว่า UHosNet เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (University Hospital Network) แต่ก็คงจะไม่มากนัก 

 

 

 

"หมาแก่" ถามว่า 60,000 ล้านบาทมันก็เยอะนะ

นายพัฒนา ตอบว่า น่าจะเยอะเพียงพอ ถ้าเราสามารถจัดสรรให้เกิดประสิทธิภาพ หรือปรับปรุงการจัดสรรให้มาอยู่ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ก็น่าจะทำให้โรงพยาบาลมีความแข็งแรงมากขึ้น ดูแลประชาชนได้ดีขึ้น 

 

 

แมวสาว ถามว่า ตอนนี้มีบางข้อมูลว่า เงิน 60,000 ล้านบาท มันไม่ได้หายไปไหนหรอก อาจกระจายไปโรงพยาบาลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่ไม่ได้อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจสอบหรือยัง

 

 

นายพัฒนา กล่าวว่า ก็ต้องให้ บอร์ด สปสช. ที่จะมีการประชุมช่วงบ่ายวันนี้ชี้แจง เพราะว่าเป็นคนรวบรวมตัวเลข และเป็นคนรับเงินมา ก่อนกระจายเงินไป เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือ "คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.)

 

 

"หมาแก่" ถามว่า อีกเรื่องหนึ่ง "หมอสุภัทร" โพสต์ปม ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่แรง "ผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุข" นี่แหละ ใช้อิทธิพล ใช้บารมี ใช้อำนาจ กดดันให้โรงพบาบาลต่างๆ ต้องโยกงบ "บัตรทอง" บางส่วนกลับมาที่ "กระทรวงสาธารณสุข" เพื่อที่ กระทรวงสาธารณสุขจะได้มีเงินนอกงบของตัวเอง ไปใช้จ่าย "อีเว้นท์" อะไรต่อมิอะไร ถึงขนาดเรียกว่า "กระทรวงแห่งอีเว้นท์" ข้อเท็จจริงปมนี้เป็นยังไร ตรวจสอบหรือยัง

 

นายพัฒนา ตอบว่า ต้องเรียนว่า "ไม่น่าเป็นไปได้" คือเงินที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับมา ก็รับมาจาก สปสช. โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องรักษาคนไข้ แทบจะทุกครั้งกระทรวงสาธารณสุขก็ออกเงินไปก่อนและ สปสช.ก็จ่ายเงินคืนมา เพราะฉะนั้นก็เป็นเงินที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยประชาชน คงจะไม่สามารถโยกงบไปทำอะไรได้ และด้วยสภาวะของโรงพบาบาลที่อาจจะไม่ได้มีความแข็งแรงมากนัก เราก็บริหารจัดการด้วยความระมัดระวัง

 

"พัฒนา" เดือดจี้ "บอร์ด สปสช." เคลียร์งบ "บัตรทอง" 6 หมื่นล้าน ปี 68 หายไปไหน? ปัดโยกงบทำ "อีเวนท์"

 

"พัฒนา" เดือดจี้ "บอร์ด สปสช." เคลียร์งบ "บัตรทอง" 6 หมื่นล้าน ปี 68 หายไปไหน? ปัดโยกงบทำ "อีเวนท์"

 

 

 

แมวสาว ถามว่า ในหลักการแล้วมันสามารถมีการ "โอนงบ-โยกงบ" หรือมีระเบียบที่สามารถทำได้ไหม เอางบ "บัตรทอง" ไปทำส่วนอื่นๆ มีเปิดช่องอะไรไหม

นายพัฒนา ตอบว่า ไม่ได้ครับ และ "รมว.สาธารณสุข" ก็ลงไปยุ่งอะไรไม่ได้ด้วย 

 

 

"หมาแก่" ถามว่า ผมสงสัยอยู่นิดหนึ่ง "หมอสุภัทร" ก็เป็นอดีตผู้บริหารโรงพบายาล ก็น่าจะรู้กลไก รู้กระบวนการ รู้กฎหมาย รู้กฏระเบียบ ทำไมจึงบอกว่ามีการใช้เทคนิคโยกงบ "บัตรทอง" ออกมาจากโรงพยาบาล แสดงว่าต้องมี "ช่องโหว่" หรืออะไรบางอย่างโยกงบจากโรงพยาบาลออกมาให้ใช่ได้หรือไม่ 

นายพัฒนา เผยว่า ตัวผมเองก็ไม่ทราบ และผู้บริหารหลายๆท่านก็ไม่ทราบ ว่ามีช่องโหว่ไหน หมอสุภัทร ก็อาจจะทราบ เพราะมีการตรวจสอบหมอสุภัทร ก็มีการซื้อชุดตรวจ ATK 4-5 รอบ และก็ไปหาวิธีเบิกจนมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และฟันธงว่า "มีความผิด" หมอสุภทรก็คงทราบอะไรลึกๆ และก็กล้าทำอะไรที่แบบคนอื่นไม่กล้าทำมั้งครับ 

 

 

"หมาแก่" ถามว่า เรื่องนี้ได้สอบถาม "ปลัดกระทรวงสาธารณสุข" ก็ไม่ทราบว่ามีการโยกงบกันอะไรออกมา ได้สอบถามแล้วใช่ไหม 

นายพัฒนา ตอบว่า ใช่ครับ 

 

 

แมวสาว ถามว่า เห็นมีหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขจัด "อีเว้นท์" เยอะแยะมากมาย ท่าน รมว.สาธารณสุข จะอธิบายได้ไหม

นายพัฒนา ตอบว่า กิจกรรมของกระทรวงสาธารณสุข เราก็ดูแลคนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพจิต การควบคุมโรค อนามัย อย. รวมไปถึงโรงพยาบาล ก็ในแต่ละกิจกรรมก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์ เป็นเรื่องปกติ หลายๆครั้งก็เป็น "นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล" ที่อยากจะเน้น "ลดการติดโรคต่างๆ" หรือแม้กระทั่งเรื่อง "ระบบไอที" เอามาใช้เพื่อลดภาระงานของบุคลากร หรือติดตามเทคโนโลยีของนานาประเทศนำมาใช้ หลายๆครั้งก็เป็นเรื่องของนโยบาย ก็ต้องยอมรับและต้องขอบคุณ โรงพบาบาลหลายๆโรงพยาบาลที่เห็นความสำคัญตรงนี

 

"ส่วนในเรื่องของการจัดสรรงบมาอย่างไรก็ต้องเรียนตรงๆว่า ผมก็ไม่ทราบจริงๆ" นายพัฒนา ระบุ

 

 

 "หมาแก่" ถามว่า หมอสุภัทร ก็ไปเอาข้อมูลจริงๆมาโพสต์แฉในเฟซบุ๊ก แกตั้งข้อสังเกตว่า "ประชาสัมพันธ์นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขเยอะจริงๆ เอาแค่ "งบอีเว้นท์" ที่จะเชียร์อัพ "แอปหมอพร้อม" เยอะมาก ข้อมูลที่ หมอสุภัทร โพสต์มันก็เยอะนะครับ ซ้อนไปซ้อนมา

นายพัฒนา ตอบว่า ตัว "แอปหมอพร้อม" ไม่ได้เป็นแอปพลิเคชันที่คีย์หรือใส่ข้อมูลอะไรเข้าไปได้ เป็นการรับข้อมูลจากหน่วยให้บริการเข้ามา "แอปหมอพร้อม" เหมือนเป็นกระดานอันหนึ่ง และเป็นนโยบายที่เราจะคืนข้อมูลสุขภาพให้กับประชาชน เมื่อกระดานตัวนี้ ได้รับข้อมูลจากหน่วยให้บริการก็เอามาแสดงอย่างตรงไปตรงมา ที่หน่วยแพทย์ที่ให้บริการก็จะสัมพันธ์กับมูลค่าที่ผมกำลังตั้งคำถามว่า 60,000 ล้านบาทไปที่ใด เพราะฉะนั้นถ้าเราเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยให้บริการทุกๆหน่วย รวมไปถึงหน่วยให้บริการของ สปสช.เข้ามาร่วมได้ เราก็จะเห็นได้ว่า เราใช้งบประมาณต่างๆถูกใช้ไปกับอะไร และมีข้อเท็จจริงถูกต้องหรือไม่ และอาจจะนำไปสู่การบริหารจัดการนโยบายต่างๆ ควบคุมโรค ที่จะสามารถตอบสนองกับความต้องการและรวดเร็วได้มากขึ้น 

 

 

 "หมาแก่" ถามว่า ที่ "หมอสุภัทร" ชี้ให้เห็นว่ามีการเอางบจากไหนก็ไม่ทราบมาจัดอีเว้นท์เพื่อโปรโมท "แอปหมอพร้อม" เยอะแยะเหลือเกิน จนกระทั่งมีคำถามว่า มันจำเป็นที่จะต้องจัด อีเว้นท์เพื่อโปรโมท "แอปหมอพร้อม" อย่างนั้นหรือเปล่า 

นายพัฒนา ตอบว่า ก็ "หมอสุภัทร" จะตั้งคำถามก็ตั้งคำถามไปครับ ถ้าเราได้ข้อมูลเยอะจำนวนมาก เราก็จะสามารถเอา Data ทั้งหมดมาทำเกี่ยวกับ Data analysis ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อยาหรือรวมการจัดซื้อในระดับประเทศ  หรือในระดับเขตภูมิภาค หรือการจัดซื้อยาวัคซีนต่างๆข้ามหน่วยงานนี่ก็จะเป็นสิ่งที่เรา ได้ Data ขนาดใหญ่ สามารถยกระดับการให้บริการ และการลดต้นทุนในการจัดการในการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องของยาและเวชภัณฑ์ สร้างความโปร่งใสด้วย ไม่ใช่ว่าการซื้อยา ซื้อวัคซีนจะไปอยู่ในกลุ่มของอาจารย์บางท่าน ซึ่งอาจจะวนเวียนอยู่ใน สปสช. หรือเปล่า หรือว่าจะไปวนเวียนอยู่กับกลุ่มคนบางกลุ่มที่เข้าถึงข้อมูล ที่คนอื่นอาจจะไม่เข้าถึงข้อมูลได้ 

 

 

แมวสาว ถามว่า อันนี้ต้องลงไปตรวจสอบเชิงลึกด้วยใช่ไหม

นายพัฒนา กล่าวว่า แน่นอนครับ เพราะว่า 60,000 ล้านบาท หายไปก็จะต้องงให้ทาง บอร์ด สปสช.ชี้แจงว่าไปที่ใดบ้าง และเมื่อเราเห็นว่าไปที่ใดบ้าง เราก็จะลงลึกไปว่า ในหน่วยรับงบประมาณ หรือหน่วยให้บริการตรงนั้น เป็นหน่วยให้บริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีอำนาจ มีหน้าที่ มีขอบเขต ตามกฎหมายหรือไม่ ในการให้บริการรับเงินสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องใช้เวลาในการค้นหา ตั้งคำถาม ตจรวจสอบทุกข้อมูล และฟังความให้รอบด้าน เหมือนกับสโลแกนคุรดนัยและคุณอมรรัตน์ครับ 

 

 

 "หมาแก่" ถามว่า งั้นมันก็ไปเชื่อมโยงที่เค้าตั้งข้อสังเกตการเยอะๆที่มีการคีย์ข้อมูลทิพย์เข้าไปใน "แอปหมอพร้อม" โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ป่วย ไม่ได้ไปโรงพยาบาลรักษาโรคนั้นเลยปรากฎว่าเมื่อเข้าไปดูใน "แอปหมอพร้อม" ก็พบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคนั้นโรคนี้ ไปรักษาที่นี่ มีการเบิกยาเต็มไปหมด ตรงนี้ก็ไปเชื่อมกับการใช้จ่ายของโรงพยาบาลด้วยหรือเปล่า มีส่วนไหม 

นายพัฒนา กล่าวว่า ก็อาจมีส่วนด้วยครับ ตรงนี้ก็ต้องยืนยันว่า ถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่ใช่เพียงแค่ "แอปหมอพร้อม" เท่านั้น ก็ยังทราบว่า "แอปทางรัฐ" หรือแอปอื่นที่เชื่อมข้อมูลผ่านมาระบบหลังบ้าน Health link ของ BDI institute ซึ่งเป็นปัญหาในสิ่งเหล่านี้เช่นเดียวกัน ซึ่งข้อมูลตรงนี้ของ Health link BDI ก็เป็นข้อมูลที่ สปสช. และหน่วยให้บริการในสังกัด สปสช.เชื่อมโยงข้อมูลไปทางนั้นเช่นเดียวกัน 

 

"ในข้อมูลของแอปหมอพร้อม เรามีข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รับผิดชอบ หากมีข้อผิดพลาดใดๆเราก็พร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการ เข้าไปดูแล แต่ในส่วนของ Health link BDI ก็ต้องช่วยการประสาน สามารถเชื่อมโยงมาที่ "แอปหมอพร้อม" ของกระทรวงได้ กระทรวงก็ยินดีที่เป็นช่องทางในการดูแลข้อมูลทั่วประเทศไทย อยากเชิญชวนให้นำข้อมูลต่างๆเหล่านี้มาช่วย สุดท้ายแล้วข้อมูลจะถูกหรือจะผิด สุดท้ายแล้วการดูแลรักษาก็เป็นหน้าที่คุณหมอที่ต้องดูแล ในอนาคตเทรนด์ของโลกใบนี้คือ personal health ไม่ว่าจะเป็น personal health record การรักษาเฉพาะเจาะจงส่วนบุคคล ให้มีความแข็งแรง เราอาจจะตามนานาประเทศไม่ทัน" นายพัฒนา ระบุ

 

 

 "หมาแก่" ถามว่า แล้วใครจะเป็นตัวหลักในการคีย์ข้อมูล "ป่วยทิพย์" เข้าไปใน "แอปหมอพร้อม" ระหว่าง กระทรวงสาธารณะสุข หรือ สปสช. ที่เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบ

นายพัฒนา ตอบว่า กระทรวงสาธารณะสุขแน่นอนครับ และการ ประชุม สปสช.ได้มอบหมายให้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เชิญ "เลขาฯ สปสช." ร่วมประชุมด้วย และขอเชิญหน่วยงานอื่นๆเข้ามาร่วมประชุมร่วมพิจารณา เพราะนี่คือฐานข้อมูลของประเทศไทย 

 

 

 "หมาแก่" ถามว่า ใช้เวลาตรวจสอบการคีย์ข้อมูล "ป่วยทิพย์" เข้าไปใน "แอปหมอพร้อม" นานแค่ไหน

นายพัฒนา ตอบว่า สำหรับ "แอปหมอพร้อม" ในสัปดาห์นี้ก็น่าจะจบและ แต่จะขอดูข้อมูลให้แม่นยำ เดี๋ยวปลัดกระทรวงสาธารณสุข คงมีการแถลงข่าวอีกทีหนึ่ง

 

 

 

ข่าวล่าสุด