“โรม” บอกใบ้ใครแรง “ผบ.ตร. คนที่ 16” แนะ 4 แคนดิเดตโชว์วิสัยทัศน์
21 ก.ค. 2569 | prisana_tha

“รังสิมันต์ โรม” บอกใบ้ใครมาแรง ผบ.ตร. คนที่ 16 ชี้กระบวนการคัดเลือกต้องโปร่งใส แนะ 4 แคนดิเดต โชว์วิสัยทัศน์ต่อ ก.ตร. ว่าจะทำอะไรให้องค์กรตำรวจเปลี่ยนแปลง
ข่าว
21 ก.ค. 2569 | prisana_tha

“รังสิมันต์ โรม” บอกใบ้ใครมาแรง ผบ.ตร. คนที่ 16 ชี้กระบวนการคัดเลือกต้องโปร่งใส แนะ 4 แคนดิเดต โชว์วิสัยทัศน์ต่อ ก.ตร. ว่าจะทำอะไรให้องค์กรตำรวจเปลี่ยนแปลง
KEY
POINTS
21 กรกฎาคม 2569 รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เจาะปม การคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. คนที่ 16 ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะประชุมแต่งตั้ง ผบ.ตร. ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อเสนอชื่อผู้เหมาะสม แต่งตั้ง ผบ.ตร. คนที่ 16 จากแคนดิเดต 4 คน ประกอบด้วย
ทั้งนี้ รายการได้สัมภาษณ์ นายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ เกี่ยวกับมุมมองทิศทาง ผบ.ตร.คนใหม่ ควรมาทำอะไรบ้างเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขององค์กรตำรวจ และ ผบ.ตร.ควรเป็นใคร
โดยนายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญ ได้ใครไม่สำคัญเท่ากับได้มาอย่างไร และต้องการให้การคัดเลือกพ้นจากข้อครหาเรื่อง “ตั๋ว" หรือการใช้เส้นสาย โดย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับปัจจุบัน นอกจากเรื่องความรู้ความสามารถ ก็มีหลักอาวุโส เพราะถ้าไม่มีความชัดเจนเรื่องผลการพิจารณา มันก็จะเกิดข้อครหา ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกไม่ถูกต้อง สิ่งที่ตามมาก็จะถูกตั้งคำถามในเรื่องความเชื่อมั่นเรื่องอื่นๆ
เพราะฉะนั้นที่เราอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในองค์กรตำรวจ สำหรับผลการเลือก ผบ.ตร.อย่างแรกสุดคือ ได้ใครไม่สำคัญ เท่ากับได้มายังไง พูดกันตรงไปตรงไปมา คนที่มาถึงระดับ รองผบ.ตร. จะเป็นผบ.ตร.แล้ว ต้องมีเด็กนาย และต้องผ่านระบบทุกอย่างอยู่แล้ว อันนี้เราเข้าใจ แต่ว่าไหนๆถ้ามีผบ.ตร.แล้วเบื้องต้นต้นมีความชัดเจนด้วยว่า ได้มากันอย่างไร ประเมินกันอย่างไร ความรู้ความสามารถแต่ละคนต่างกันยังไง ถ้ามีตรงนี้ออกมาชัดเจน กระดุมเม็ดแรกต้องติดให้ถูกต้อง
นายรังสิมันต์ โรม กล่าวด้วยว่า หลักเกณฑ์ตามกฎหมาย ระบุให้พิจารณาทั้งความรู้ ความสามารถ และอาวุโส แต่ที่ผ่านมามักเกิดคำถามเรื่องเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน แต่จริงๆแล้วผมคิดว่ามันก็ชัดเจนระดับหนึ่ง ชัดเจนกว่า พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติในอดีต เพียงแต่ว่า การเลือกไม่มีความชัดเจน ให้กับสาธารณชนว่า ตกลงคุณเลือกแต่ละคน มีเกณฑ์ที่แตกต่างกันยังไง
อย่างเรื่องความรู้ความสามารถในกลุ่ม รองผบ.ตร. บางทีมันก็ดูยาก จะแบ่งกันยังไงว่าคนนี้มีความรู้ความสามารถมากกว่าคนนี้ เพราะบางทีมันไม่หนีกันมาก ถ้ามันไม่หนีกันมากหลักอาวุโสไม่ได้อยู่ในลำดับต้นๆมันก็น่าคิด จะอธิบายสาธารณชนยังไงให้เข้าใจ กลายเป็นว่าหลักอาวุโสมันเหมือนไม่ได้ถูกใช้ ผมไม่ได้เป็นฝ่ายที่เห็นด้วยกับหลักอาวุโส เพราะว่าผมอยากให้มันเป็นเรื่องของความรู้ความสามารถ แต่ว่ากฎหมายเขียนแบบนี้
ถ้าการเลือก ผบ.ตร. มันไม่มีความโปร่งใสเลย แล้วไม่ได้มีการพูดคุยกันเลยว่าคนที่เข้ามา จะมาทำให้องค์กรดีขึ้นยังไง สุดท้ายก็คือ อันนี้เป็นสายใคร อันนี้รุ่นใคร อันนี้มีความสัมพันธ์อย่างไรกับบุคคลที่มีอำนาจ ผมคิดว่ามันไม่ได้ช่วยให้องค์กรตำรวจเห็นอนาคต
แต่ถ้าเกิดยกตัวอย่าง พล.ต.อ.สำราญ จะขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. แล้วถามกันตรงๆว่าตลอด 7 ปี องค์กรตำรวจจะดีขึ้นยังไง ก็ยังไม่มีใครไปถามเขา หรืออาจจะยังเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ ดังนั้นจะเป็นไปได้ไหมให้ทุกคนที่เป็นแคนดิเดตนำเสนอวิสัยทัศน์แข่งกัน ถ้าได้เป็นผบ.ตร.จะทำอะไรบ้าง
เรารู้ว่าโดยกฎหมายตอนนี้มันไม่ได้สมบูรณ์แบบ แล้วมันยังต้องแก้ไข ซึ่งอนาคตทางกรรมาธิการกฎหมายเราก็เล็งๆว่าจะตั้งอนุกรรมาธิการมาศึกษาเรื่องนี้ แต่ในระยะสั้น คนจะมาเป็น ผบ.ตร. พูดออกมาว่าถ้าเขาเหลืออายุราชการ 1 ปี 7 ปี เขาจะทำอะไร ต่อ ก.ตร. ถ้ามีความชัดเจนในลักษณะแบบนี้ จะช่วยให้สังคมรู้ว่าคนนี้มีความสามารถนะ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจได้
เมื่อถามว่า โผการแต่งตั้ง มีการพูดถึง โผ “1-1-4" (บิ๊กหวานเป็น ผบ.ตร. 1 ปี, บิ๊กไมค์เป็น ผบ.ตร. 1 ปี, บิ๊กราญเป็น ผบ.ตร. 4 ปี) กับ โผ “นอนมา” อยู่ยาว 7 ปี โผไหนเป็นไปได้มากกว่ากัน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า โผแรกยากกว่าโผที่บอกว่า "นอนมา"
เมื่อถามว่า อย่าง บิ๊กหวาน พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร เป็นนักเรียนเตรียมทหาร(ตท.)รุ่น 26 ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพ ยุคนี้ หลายคนเป็น ตท.26 จะทำให้ บิ๊กหวาน มีความเป็นไปได้ไหม
นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า การให้คะแนนมันมีหรือเปล่า ถ้ามีเอามาเปิดเผยได้ไหม แล้วทางออกภายใต้กรอบของกฎหมายตำรวจปัจจุบันคืออะไร ปัจจุบันจริงๆผมคิดว่าหลักสำคัญคือความโปร่งใส ที่บอกว่า ตท.26 ถ้าเป็นรัฐบาลก่อนหน้านี้อาจจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ไม่น่าจะง่าย เพราะเค้าบอกว่านอนกันมา แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนตัวผมไม่ได้มีอะไรกับใคร