กระทั่งมีหนังสือส่งไปยังสำนักงานกฤษฎีกา ว่าคะแนนดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อกฎหมายใดบ้าง ที่จะทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่ทำการประเมินแทน โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ส่งหนังสือกลับมาว่า ไม่มีอำนาจและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องของการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ จนกระทั่งนายฐิติเชฏฐ์ ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งลงมติต่อคะแนนของนายแสวงบุญมีอีกครั้งในรอบ 2 โดยมีมติ 5 ต่อ 2 ส่ง เพื่อให้นายแสวงบุญมี สามารถทำงานต่อไปจนถึง 31 มีนาคม 2570 จะเห็นได้ว่าเป็นขบวนการล้มล้างการปกครองในกลไกของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทางผ่าน ก.ก.ต. สู่การคัดเลือก ตำแหน่งต่าง ๆ ให้คนที่มีมลทินมีชนักติดหลัง เป็นพวกพ้องเข้าสู่สภา เนื่องจากสภามาสู่การรับรองบุคคลที่เข้าตำแหน่งในองค์กรอิสระ
ดังนั้น ตนจึงขอให้พรรคฝ่ายค้านเร่งตรวจสอบและได้มีการเรียกร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบค่าจ้าง เงินเดือนของนายแสวง บุญมี ในปี 2568 เป็นงบประมาณส่วนใด ซึ่งตนมองว่าคนไทยทั้งประเทศให้นายแสวงสอบตก โดยเฉพาะการไม่เร่งดำเนินการส่งคดีฮั้ว สว. ไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตนจึงฝากไปยัง กกต. ว่าถ้าหากยังอุ้มนายแสวง บุญมี ประชาชนจะลุกฮือและจะไม่ปล่อยให้ลอยนวล