เนชั่นทีวี

ข่าว

ศิริกัญญา สับระบบบัตรคนจนเละ เกณฑ์แข็งตัวทำคนจนจริงตกหล่น

20 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ศิริกัญญา สับระบบบัตรคนจนเละ เกณฑ์แข็งตัวทำคนจนจริงตกหล่น

ศิริกัญญา สับระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเละ เกณฑ์แข็งตัวทำคนจนตกหล่น จี้รัฐคลีนข้อมูลตัวเองก่อนโยนภาระอุทธรณ์ให้ประชาชน พร้อมจวกไทยช่วยไทยพลัสแค่รางวัลปลอบใจ

ศิริกัญญา สับระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเละ เกณฑ์แข็งตัวทำคนจนตกหล่น จี้รัฐคลีนข้อมูลตัวเองก่อนโยนภาระอุทธรณ์ให้ประชาชน พร้อมจวกไทยช่วยไทยพลัสแค่รางวัลปลอบใจ

KEY

POINTS

  • จวกเกณฑ์ล็อกตายตัวทำคนจนจริงตกหล่น: ศิริกัญญาชี้ว่าการตั้งเกณฑ์คุณสมบัติที่แข็งตัวเกินไป (เช่น เรื่องยานพาหนะหรือหนี้สิน) ภายใต้กรอบงบประมาณที่จำกัด ทำให้ผู้เดือดร้อนจริงเข้าไม่ถึงสิทธิ์ เสนอเปลี่ยนมาใช้ "ระบบคะแนนคัดกรอง" แทน
     
  • จี้ภาครัฐเคลียร์ข้อมูลตัวเองลดภาระประชาชน: เตือนรัฐบาลเร่งทำความสะอาดข้อมูล (Clean Data) ระหว่างกระทรวงต่าง ๆ รวมถึงระบบ กศน. ให้ถูกต้องแม่นยำ ก่อนที่จะโยนภาระและกำหนดเวลาให้ประชาชนต้องดิ้นรนเดินทางไปยื่นอุทธรณ์
     
  • สับโครงการไทยช่วยไทยพลัสแค่รางวัลปลอบใจ: ฉะมาตรการสำรองว่าคิดไม่รอบคอบ มีระยะเวลาสั้นและงบไม่พร้อม เปรียบเทียบตอนมุ่งเป้าช่วยเหลือทำตระหนี่ถี่เหนียว แต่พอจะเหวี่ยงแหแจกก็ทำโดยไม่แคร์อะไรจนต้องตามแก้ปัญหาภายหลัง

20 กรกฎาคม 2569 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดฉากวิเคราะห์ปัญหาระบบคัดกรอง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยชี้ชัดว่า การตั้งข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ที่แข็งตัวเกินไป ภายใต้กรอบงบประมาณที่จำกัด ส่งผลให้กลุ่มผู้เดือดร้อนตัวจริงในสังคม ต้องหลุดโฟกัสและตกหล่นจาก บัตรคนจน อย่างน่าเสียดาย พร้อมเสนอทางออกให้รัฐบาล เปลี่ยนไปใช้วิธีคำนวณแบบระบบคะแนนคัดกรอง และเร่งสะสางฐานข้อมูลของภาครัฐให้ถูกต้องชัดเจน ก่อนผลักภาระการอุทธรณ์ไปให้ประชาชน ดำเนินการเอง 


ที่โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท 20 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ ว่า การแถลงของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นว่า ระบบมีปัญหามากจริงๆ จากการที่จะคัดคนออกให้ได้มากที่สุดตาม ที่ได้กำหนดงบประมาณเอาไว้ ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาจากการใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมากเกินไป ทำให้คนที่เดือดร้อนจริงๆ ตกหล่นจากมาตรการเหล่านี้ และรัฐบาลก็รีบกลับลำอย่างรวดเร็ว คล้ายกับมีความรีบร้อนไปหน่อย อย่างวันนี้ก็เป็นเรื่องของรถยนต์ นักศึกษาที่ยากจน แต่คิดว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ไปตรงไหนก็เจอ เพราะทางกระทรวงการคลัง ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลที่มาจากกระทรวงอื่นๆ ว่าถูกต้องมากน้อยแค่ไหน จึงเป็นภาระของประชาชนที่ต้องเดินทางไปอุทธรณ์ด้วยตัวเอง

น.ส.ศิริกัญญา และแกนนำพรรคประชาชน

 

ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์ที่มีปัญหา ที่สะท้อนว่าคนเดือดร้อนจริงหรือไม่จริง ทั้งเรื่องรถยนต์เก่าและรถจักรยานยนต์เก่า ก็มาใส่ในรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนซับซ้อนมากกว่านั้น มาใช้เกณฑ์ตายตัวว่า จะต้องผ่านคุณสมบัติทุกข้อแบบนี้ไม่ได้ เพราะมีความละเอียดอ่อน เช่น บางคนอาจรายได้น้อย บางคนมีสินทรัพย์แต่ไม่สามารถนำมาประกอบอาชีพได้แล้ว

 

ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอถ้าอยากจะคัดกรองคนจริงๆ ควรใช้ระบบคะแนนมากกว่าให้ผ่านทุกคุณสมบัติ แล้วตัดสินว่า เขาควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ในช่วงที่รัฐบาลมีงบประมาณจำกัดมากๆ เราก็เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบพุ่งเป้า แต่ถ้าพุ่งเป้าก็ต้องมีข้อมูลที่แม่นยำมากพอ ไม่เช่นนั้นความตั้งใจที่จะคัดคนจนจริงๆ ก็จะกลายเป็นว่าคนจนจริงๆ ไม่ได้รับการช่วยเหลือ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

-เมื่อถามว่า เป็นเพราะงบประมาณเป็นงบประจำเยอะ ทางฝั่งรัฐบาลเองก็ยืนยันในหลักเกณฑ์ ต้องใช้งบประจำให้กับคนที่จำเป็นจริงๆ พอที่จะต่อรองได้หรือไม่

 

นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า เข้าใจดีว่าเขากำหนดไว้ตั้งแต่ต้น 42,000 ล้านบาทใช้กับโครงการ ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิได้ไม่เกิน 10 ล้านคน แต่ก็สามารถลงในรายละเอียดในการสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาคัดกรองให้ดีกว่านี้ ดีกว่าการมีรถไม่มีรถเกิน 1 คันหรือมีหนี้เกิน 1 แสนบาทหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงเขาก็มีความเดือดร้อนที่สุดท้ายก็จะถูกตกหล่น และรัฐบาลเองก็ยอมรับแล้วว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ให้ได้ประมาณ 9-10 ล้านคน ถ้ามีคนที่เข้าคุณสมบัติมากกว่านี้ สามารถที่จะขยายงบประมาณออกไปได้ ก็ขอให้กลับมาทบทวนหลักเกณฑ์อย่างจริงจัง ถึงวิธีการที่จะตัดสินว่าใครควรได้รับไม่ได้รับ ควรจะต้องเป็นแบบไหน แล้วแบบไหนถึงจะคัดคนยากจนให้ได้รับความช่วยเหลือจริงๆ

 

-เมื่อถามว่า คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลเตรียมโยกไปให้ใช้ไทยช่วยไทยพลัส แต่มีเสียงสะท้อนว่าไม่มีเงินเติมมองอย่างไร

 

นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นรางวัลปลอบใจ คนที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ มีระยะเวลาค่อนข้างสั้นเพียงแค่ 2 เดือน อย่างที่หลายคนบอกว่าไม่มีเงินอีก 40% ที่จะมาเติม ก็ยิ่งสะท้อนว่า ภาครัฐอยากที่จะมุ่งเป้าช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน แต่วันนี้ต้องบอกว่างบประมาณที่เคยใช้ไปกับโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็น 4 เท่าของงบประมาณที่จะนำมาใช้ช่วยเหลือคนจนที่เดือดร้อนจริงๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

 

"ดังนั้นเมื่อมุ่งเป้าก็ตระหนี่ถี่เหนียวมากๆ พอวันไหนบอกไม่มุ่งเป้าแล้ว อยากจะให้เป็นไทยช่วยไทยพลัส  คุณก็เหวี่ยงแหโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบใดๆ และใช้เงินให้หมดได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ก็ไม่ใช่วิธีการคิดนโยบายที่รัดกุมรอบคอบ แล้วก็มาตามแก้ปัญหาภายหลังเป็นจำนวนมาก" นางสาวศิริกัญญา กล่าว

 

-เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการยื่นอุทธรณ์จะล่าช้าจากการทำงานของระบบราชการ

 

นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา แต่โชคดีที่มีการขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. อย่างไรก็ตามปัญหาอยู่ที่ตัวข้อมูลของรัฐบาลเอง ถ้าไม่สามารถที่จะสะสางข้อมูลได้ ความถูกต้องตรงไปตรงมา และเรื่องความผิดพลาดต่างๆ ไม่ได้อยู่ที่ประชาชน ต่อให้มีเวลาอุทธรณ์ รัฐบาลยังเคลียร์ข้อมูลของตัวเองไม่จบสิ้น ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ถึงแม้จะยืดระยะเวลาออกไป ก็ขอให้รัฐบาลตรวจสอบจุดนี้ รวมถึงพิจารณา กศน. ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย ที่มีปัญหาเช่นกัน ต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลของภาครัฐเองให้ถูกต้องเสียก่อน ก่อนที่จะมารับเรื่องร้องเรียนอุทธรณ์ของประชาชน

 

ข่าวล่าสุด