เนชั่นทีวี

ข่าว

มหาดไทยขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 20 ก.ย.นี้

20 ก.ค. 2569 | titayu_pur

มหาดไทยขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 20 ก.ย.นี้

มหาดไทยเตรียมเสนอ ครม. ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 20 ก.ย. พร้อมตั้ง One Stop Service ทุกอำเภอ ช่วยผู้ถูกสวมสิทธิบัญชีม้าทวงคืนสิทธิ

มหาดไทยเตรียมเสนอ ครม. ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 20 ก.ย. พร้อมตั้ง One Stop Service ทุกอำเภอ ช่วยผู้ถูกสวมสิทธิบัญชีม้าทวงคืนสิทธิ

KEY

POINTS

  • ขยายเวลาอุทธรณ์สิทธิ: เตรียมเสนอ ครม. ขยายเส้นตายการยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากสิ้นเดือนนี้ ออกไปเป็นวันที่ 20 กันยายน เพื่อให้ประชาชนรวบรวมเอกสารหลักฐานได้ครบถ้วน
     
  • ตั้งศูนย์ One Stop Service ทุกอำเภอ: ใช้กลไกนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ห่างไกลอินเทอร์เน็ตในการยื่นอุทธรณ์อย่างทั่วถึง
     
  • ปราบสวมสิทธิ-บัญชีม้า: ผนึกกำลังตำรวจและกระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบเคสถูกเอาชื่อไปเปิดบริษัทหรือบัญชีม้าโดยไม่ยินยอม โดยสามารถใช้เป็นหลักฐานอุทธรณ์ได้ ส่วนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ยังมีทางเลือกไปลง "ไทยช่วยไทย พลัส"

20 กรกฎาคม 2569 กระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยเตรียมเสนอ ครม. ขยายเวลาอุทธรณ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกไปจนถึงวันที่ 20 กันยายนนี้ พร้อมเร่งจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ทุกอำเภอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุและผู้ห่างไกล รวมถึงตรวจสอบเคสถูกสวมชื่อเปิดบริษัทและบัญชีม้า ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เดือดร้อนตัวจริง เข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียม ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ยังสามารถลงทะเบียนโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อรับการเยียวยาได้


นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ภายหลังการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยยอมรับว่า หลักเกณฑ์บางประการอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริง ของชีวิตประชาชนทั้งหมด รัฐบาลจึงไม่นิ่งนอนใจ และได้หารือร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

นายพลพีร์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เริ่มกระบวนการลงทะเบียน ได้มีการสำรวจข้อมูลประชาชนเพิ่มเติม ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกับประชาชนโดยตรง เพื่อให้ข้อมูลที่รัฐมีอยู่สะท้อนสภาพความเป็นจริง และช่วยให้ผู้สมควรได้รับสิทธิเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้มากขึ้น

 

แม้ขณะนี้จะยังเปิดให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์ได้ แต่รัฐบาลรับทราบว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชัน ยังประสบปัญหาในการดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยจึงเตรียมจัดตั้ง One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยใช้กลไกของนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเข้าไปรับข้อมูลจากชาวบ้าน และเก็บข้อมูลส่งต่อมายังกรมการปกครองอีกครั้งหนึ่ง

 

อีกประเด็นสำคัญที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ คือ กรณีที่ประชาชนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้พิการ พบว่าตนเองมีชื่อเป็นผู้รับจ้างงาน หรือมีชื่อเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท ทั้งที่ไม่เคยรับรู้หรือยินยอมมาก่อน

ข้อมูลลักษณะนี้สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นอุทธรณ์ได้ โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ เปิดบริษัท เปิดบัญชีม้า หรือใช้เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ รวมถึงอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

สำหรับประชาชนที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ยังคงสามารถขอรับสิทธิสนับสนุนค่าไฟฟ้าเดือนละ 315 บาท และสิทธิใช้น้ำประปาฟรีตามเงื่อนไขของโครงการได้

 

ส่วนระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ เดิมกำหนดสิ้นสุดภายในสิ้นเดือนนี้ แต่เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีเวลารวบรวมเอกสารและหลักฐานประกอบการอุทธรณ์ได้อย่างครบถ้วน นายพลพีร์กล่าว

 

นายพลพีร์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ยังไม่เข้าเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อรับการช่วยเหลือตามมาตรการของรัฐบาลได้

ข่าวล่าสุด