เนชั่นทีวี

ข่าว

อนุทิน โต้ เท้ง ทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่เกี่ยวศึกสีน้ำเงิน ใครผิดโดนหมด

03 ก.ค. 2569 | titayu_pur

อนุทิน โต้ เท้ง ทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่เกี่ยวศึกสีน้ำเงิน ใครผิดโดนหมด

อนุทิน ลั่นเดินหน้าฟันโกงทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้ 7 หน่วยงานลุยสอบเส้นทางเงิน โต้เดือด เท้ง ไม่เกี่ยวศึกสีน้ำเงิน-การเมือง ย้ำใครผิดโดนหมด ไม่มีอุ้มแน่นอน

อนุทิน ลั่นเดินหน้าฟันโกงทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้ 7 หน่วยงานลุยสอบเส้นทางเงิน โต้เดือด เท้ง ไม่เกี่ยวศึกสีน้ำเงิน-การเมือง ย้ำใครผิดโดนหมด ไม่มีอุ้มแน่นอน

KEY

POINTS

  • สั่ง 7 หน่วยงานลุยสอบเส้นทางเงิน: อนุทิน ชาญวีรกูล มท.1 ยืนยันมีการตั้ง 7 หน่วยงานร่วมลงนาม MOU ตรวจสอบการทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างละเอียด หลังพบพฤติกรรมพยายามเข้าระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำลายหลักฐานข้อสอบ
     
  • โต้ปมการเมืองและศึกสีน้ำเงิน: รมว.มหาดไทย ย้ำชัดเจนว่า กรณีนี้เป็นเรื่องการปราบปรามทุจริตในระบบราชการ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองหรือกระแสข่าว "ศึกสีน้ำเงิน" แต่อย่างใด
     
  • ลั่นล้างบางซื้อขายตำแหน่ง: ยืนยันไม่ยอมรับระบบซื้อตำแหน่งที่ฝังรากลึกมานาน ย้ำชัดเจนว่าตนเองได้ทำหน้าที่ปกป้องระบบอย่างถูกต้องแล้ว ใครที่ทำผิดหรือใช้อำนาจมิชอบจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย

3 กรกฎาคม 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ มท.1 นำทีม 7 หน่วยงานรัฐลงนาม MOU เร่งสอบสวนเชิงลึกกรณี ทุจริตสอบท้องถิ่น หลังพบเบาะแสขบวนการทำลายระบบสอบคอมพิวเตอร์ และเส้นทางเงินมิชอบ โดยยันชัดไม่เกี่ยว ศึกสีน้ำเงิน หรือเกมการเมือง พร้อมลั่นวาจาเดินหน้าล้างบางระบบซื้อขายตำแหน่ง ในระบบราชการให้สิ้นซาก ใครผิดฟันไม่เลี้ยง


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น เกิดจากความขัดแย้งสายสีน้ำเงิน  พร้อมแนะนำให้ทบทวนมาตรการไม่ให้กระทบคนสุจริตว่า เกี่ยวอะไรกับสีน้ำเงิน เรื่องนี้เป็นระบบสอบของทางราชการ อย่าไปสรุปเช่นนั้น ตอนนี้มี 7 หน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดอยู่ นี่ไม่ใช่การสืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่ถึงขั้นตรวจสอบเส้นทางการเงิน ของผู้กระทำผิดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเอาผิดกับผู้ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เป็นการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเรื่องระบบที่ตนยกเลิกไปแล้ว 3 ปี และตอนนี้มีการสอบโดยใช้ทีโออาร์ (TOR) ซึ่งมีความยากเพราะเป็นทีโออาร์ใหม่


แต่เขาก็อุกอาจเข้าไปแก้ไฟล์ในระบบคอมพิวเตอร์ คงตื่นตระหนกจนทำอะไรได้ก็ทำก่อน เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ การเข้าไปในคอมพิวเตอร์หรือไฟล์ข้อมูล ต้องมีวันเวลาบันทึกไว้ มันไม่พ้นหรอก และตรงนี้เป็นหน้าที่ของ 7 หน่วยงานที่ตนตั้งขึ้นมาให้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการปราบปราม และคิดอยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิดแน่ๆ ถึงตั้งหน่วยงานเหล่านี้ขึ้นมาทำงาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

  • เมื่อถามว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะทำอย่างไรให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทยที่ประชาชนมองในด้านลบ กลับมาเป็นที่เชื่อมั่นอีกครั้ง

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องเร่ง ซึ่งจริงๆ วิธีการสอบต้องยึดถือกฎเกณฑ์ แต่คนที่ทำผิดคงมองเห็นผลประโยชน์มากกว่าความถูกต้อง ในอดีตอาจคิดว่าสิ่งที่เคยทำสามารถทำได้ แต่ตัวการป้องกันในการสอบล่าสุดตามทีโออาร์ แทบจะไม่มีคนกล้าเข้ามา โดยให้ มศว ดำเนินการซึ่งทำได้อย่างดี สมัยก่อนข้อสอบตรวจกันที่จังหวัดที่สอบ แต่ตอนนี้มาตรวจส่วนกลาง เก็บไว้มิดชิดแน่นหนา แต่ในทีโออาร์เหมือนเขียนเรื่องการทำลายข้อสอบ หรือชีทว่าจะทำลายทุกปี เขาคงหวังว่าจะปิดอะไรได้ เพราะมีการสอบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 และผ่านมา 6 เดือนแล้ว หากลากไปอีก 6 เดือน ต้นขั้วคงถูกทำลายไป พิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่พอมีเรื่องขึ้นมาทุกหน่วยงานก็เข้าไปยันไว้ก่อน ตอนนี้ข้อสอบต้นขั้วถูกอายัดและจัดทำเป็นไฟล์ไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องการเข้าไปแก้ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ก็ยิ่งชัดเข้าไปใหญ่ เพราะต้นขั้วเป็นคะแนนแบบหนึ่งแต่ในคอมพิวเตอร์เป็นอีกแบบหนึ่ง ฉะนั้นดูพฤติกรรมตรงนี้ก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่กระทำโดยไม่สุจริตแน่นอน

  • เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมั่นใจหรือไม่ว่าในยุคของท่าน จะสามารถถอนรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ได้

 

นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องมั่นใจ เพราะพวกตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ก็ทุบอย่างเดียว ใครทำผิดบอกแล้วว่าทำไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าทำในโครงสร้างพื้นฐานระบบราชการ

 

“คุณซื้อขายตำแหน่งตั้งแต่เข้ามาเป็นราชการ พูดง่ายๆ คือส่งเสริมให้ทำความชั่ว ตั้งแต่วันแรกของการรับราชการ และความชั่วนั้นก็ชั่วไปตลอด ต้องทนกับเขาตั้ง 30 ปีให้เขาทำความชั่วอย่างนั้นหรือ ใช่ไหมครับ ผมก็ไม่เข้าใจที่ผู้สื่อข่าวถามว่า เกี่ยวอะไรกับการทะเลาะกันในสีน้ำเงิน มันไม่เกี่ยวกันเลย นี่เป็นเรื่องของระบบราชการไม่มีการเมือง ใครทำผิดก็ว่าไปตามนั้น ไม่มีการช่วยเหลือ ผมมีชื่อเสียงตรงนี้ เลิกคบกันไปไม่รู้กี่คนแล้ว ซึ่งก็ไม่มีปัญหา” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

 

  • เมื่อถามว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพอเกิดประเด็นข่าวนี้ขึ้นมา รู้สึกฉุนหรือไม่

 

นายกรัฐมนตรีหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ไม่ใช่ฉุนอย่างเดียว และตนเป็นคนยกเลิก อั้นมา 3 ปี การสอบเที่ยวนี้ที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นการสอบท้องถิ่น ไม่ใช่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ต้องผ่านช่องทาง ก.พ. ซึ่งมีมาตรฐานทางราชการ แต่นี่เป็นการสอบท้องถิ่น กระบวนการใครตั้งขึ้นมาไม่ใช่ตน มีกฎหมายการกระจายอำนาจ ทุกอย่างมีคณะกรรมการ ก็ต้องไปดูตรงนั้น

 

“ผมทราบเรื่องก็บอกให้ชะลอการบรรจุ พอผมชะลอการบรรจุ กสถ. ก็บอกไม่ชะลอให้บรรจุเลย นี่ไง ผมยิ่งไม่ต้องกังวลใหญ่เลย เพราะผมได้ทำในขอบเขตอำนาจไปเรียบร้อยแล้ว ใครที่ทำเกินอำนาจที่ผมมีอยู่ คนนั้นก็ต้องไปรับผิดชอบ ผมไม่ได้บอกว่า เขามาก้าวก่ายอำนาจของผม อำนาจใครอำนาจมัน แต่ในส่วนของผมได้ปกป้อง (Protect) ไว้หมดแล้ว พอผมปกป้องแล้ว ต่อจากนี้ไปใครผิด ผมก็ร่วมกันฟาดก็แค่นั้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

  • เมื่อถามว่า แบบนี้ถือเป็นการดื้อต่ออำนาจเจ้ากระทรวงหรือไม่



นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาไม่ใช่ลูกน้องตน กรรมการเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ผู้ใต้บังคับบัญชาของตน ที่อยู่ในกรรมการนี้ก็ทำตามข้อสั่งการของตนทุกคน

ข่าวล่าสุด