เนชั่นทีวี

ข่าว

รัสเซียถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่สุด ดับพุ่ง 30 ราย เจ็บเฉียดร้อย

03 ก.ค. 2569 | apirak_pra

รัสเซียถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่สุด ดับพุ่ง 30 ราย เจ็บเฉียดร้อย

กองทัพรัสเซียเปิดฉาก โจมตีกรุงเคียฟ ครั้งรุนแรงที่สุดด้วยขีปนาวุธและโดรนเกือบ 600 ลูก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 30 ราย บาดเจ็บอีก 91 คน คลังสิ่งของสภากาชาดพังยับ

กองทัพรัสเซียเปิดฉาก โจมตีกรุงเคียฟ ครั้งรุนแรงที่สุดด้วยขีปนาวุธและโดรนเกือบ 600 ลูก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 30 ราย บาดเจ็บอีก 91 คน คลังสิ่งของสภากาชาดพังยับ

KEY

POINTS

  • รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟครั้งใหญ่และรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย และบาดเจ็บ 91 คน
  • ปฏิบัติการโจมตีใช้เวลายาวนานกว่า 11 ชั่วโมง โดยใช้ขีปนาวุธและโดรนรวมกันเกือบ 600 ลูก เพื่อจงใจทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน
  • การโจมตีสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเป้าหมายพลเรือน รวมถึงอาคารที่พักอาศัย โรงแรม และคลังเก็บสิ่งของบรรเทาทุกข์ของสภากาชาด

สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนทวีความโหดร้ายถึงขีดสุด เมื่อกองทัพรัสเซียเปิดฉากระดมยิงขีปนาวุธและฝูงโดรนโจมตีทางอากาศล็อกเป้าหมายใจกลางกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนอย่างมาราธอนยาวนานกว่า 11 ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 30 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 91 คน ยอดดังกล่าวทำให้ นายวิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ออกมาระบุว่า นี่คือปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่ "รุนแรงและใช้สรรพาวุธจำนวนมากที่สุด" นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น โดยแรงระเบิดทำลายอาคารที่พักอาศัย โรงแรม และโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนพังพินาศเป็นวงกว้าง ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของประชาชนที่พากันอพยพลงไปหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดินเนืองแน่น

 

มหากาพย์ถล่ม 11 ชั่วโมง ขีปนาวุธ-โดรนเฉียด 600 ลูก เจาะระบบป้องกันภัย

กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยตัวเลขสรรพาวุธที่รัสเซียใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้เชี่ยวชาญทางทหาร โดยรัสเซียได้ปล่อยขีปนาวุธจำนวน 74 ลูก และฝูงโดรนกามิกาเซ่มากถึง 496 ลำ ระดมยิงเข้ามาเป็นระลอกคลื่นเพื่อจงใจทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนเกิดภาวะโอเวอร์โหลดและหมดอานุภาพ แม้ว่าระบบป้องกันภัยของยูเครนจะสามารถสกัดกั้นเอาไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่มีขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missiles) 25 ลูก และโดรน 12 ลำ หลุดรอดผ่านการสกัดกั้นเข้าไปโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินรวมกว่า 33 จุดทั่วเมืองหลวง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนอยู่ข้างหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซียเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางการโจมตีของรัสเซียต่อยูเครน

รายงานระบุว่าการโจมตีเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงดึก โดยฝูงโดรนระลอกแรกได้พุ่งเข้าใส่ย่านประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองหลวงจนเกิดเพลิงไหม้โรงแรมหรู จากนั้นในเวลา 01.00 น. รัสเซียได้กระหน่ำยิงขีปนาวุธนำวิถีและขีปนาวุธร่อน (Cruise Missiles) หลายสิบลูกตามเข้ามา ก่อนจะเว้นจังหวะสั้นๆ แล้วเปิดฉากยิงขีปนาวุธร่อนอีกชุดในเวลา 03.00 น. ปิดท้ายด้วยฝูงโดรนกามิกาเซ่ที่บินเข้าถล่มเมืองหลวงอย่างต่อเนื่องจนถึงรุ่งเช้า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการบินระบุว่า เทคนิคการผสมผสานอาวุธหลายประเภทในเวลาเดียวกัน ถือเป็นความท้าทายที่ยากลำบากที่สุดของกองทัพยูเครนในรอบหลายเดือน

 

ตึก 9 ชั้นถล่มทับประชาชน คลังสภากาชาดพังยับสูญเสียกว่า 50 ล้าน

ความเสียหายที่รุนแรงที่สุดจุดหนึ่งเกิดขึ้นที่ย่านดาร์นิตสกี (Darnitskyi) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเคียฟ ขีปนาวุธ 2 ลูกได้ตกลงใส่ย่านชุมชน โดยลูกแรกสร้างหลุมระเบิดขนาดมหึมาข้างโรงเรียนอนุบาล ส่วนลูกที่สองพุ่งชนอาคารที่พักอาศัยความสูง 9 ชั้นอย่างจัง ส่งผลให้โครงสร้างอาคารฝั่งหนึ่งพังครืนลงมาเป็นกองคอนกรีต เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งขุดค้นซากปรักหักพังท่ามกลางคราบน้ำตาของญาติพี่น้อง เนื่องจากเชื่อว่ามีประชาชนจำนวนมากติดอยู่ภายในห้องใต้ดินของอาคารขณะเกิดเหตุ ด้านหน่วยงานรถไฟใต้ดินกรุงเคียฟเปิดเผยว่า มีชาวเมืองมากกว่า 52,500 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 4,500 คน ต้องหนีตายลงไปอาศัยสถานีรถไฟใต้ดินเป็นที่หลบภัยตลอดทั้งคืน ซึ่งถือเป็นสถิติผู้หลบภัยที่สูงที่สุดในรอบหลายปี

นอกจากอาคารพลเรือนแล้ว สภากาชาดยูเครน (Ukrainian Red Cross) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง หลังจากคลังเก็บสิ่งของบรรเทาทุกข์ขนาดใหญ่ในกรุงเคียฟถูกทำลายราบคาบจากแรงระเบิด ส่งผลให้สิ่งของช่วยเหลือฉุกเฉินจำนวนกว่า 320,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1.3 ล้านปอนด์ (หรือราว 79 ล้านฮิฟเนียยูเครน) ต้องสูญสลายไปในกองเพลิง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัยทั่วประเทศ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังปฏิบัติงานในที่เกิดเหตุอาคารอพาร์ตเมนต์ที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซีย

มอสโกอ้างตอบโต้เหตุโรงไฟฟ้า-ยูเครนวอนสหรัฐฯ ขอใบอนุญาตแพทริออต

ด้านทำเนียบเครมลิน โดยนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย แถลงยืนยันว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งนี้เป็นการยิงถล่มโรงงานทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน เพื่อตอบโต้กรณีที่กองทัพยูเครนส่งโดรนพิสัยไกลไปโจมตีคลังน้ำมันและโรงไฟฟ้าของรัสเซียหลายแห่งตั้งแต่พื้นที่กรุงมอสโกไปจนถึงทะเลดำ ซึ่งการโจมตีของยูเครนก่อนหน้านี้ส่งผลรุนแรงจนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ต้องออกมาแถลงยอมรับเป็นกรณีพิเศษว่ารัสเซียกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม เปสคอฟย้ำว่ารัสเซียจะเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลยูเครนต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทางทหารที่ตั้งไว้

ทางด้าน นายอันดรีย์ ซิบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ออกมาตอกกลับข้ออ้างของรัสเซียทันที โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ "ไร้ศีลธรรม" ที่รัสเซียพยายามสร้างความชอบธรรมให้แก่การเข่นฆ่าพลเรือนว่าเป็นมาตรการตอบโต้ พร้อมย้ำว่าสงครามครั้งนี้มีเพียงผู้รุกรานและประเทศที่กำลังปกป้องตนเองเท่านั้น ขณะที่ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้ใช้โอกาสนี้ออกแถลงการณ์เรียกร้องอย่างเร่งด่วนไปยังรัฐบาลวอชิงตัน เพื่อขอให้สหรัฐฯ อนุมัติใบอนุญาต (Licences) ให้ยูเครนสามารถผลิตขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศระบบ "แพทริออต" (Patriot) ได้ด้วยตนเองภายในประเทศ เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์โจมตีทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ข่าวล่าสุด