ปาฏิหาริย์! พบผู้รอดชีวิตใต้ซากตึกเวเนฯ 8 วัน ขุดช่วย 100 ชม.
03 ก.ค. 2569 | apirak_pra

เจ้าหน้าที่กู้ภัยนานาชาติสร้างปาฏิหาริย์ช่วยชีวิต รปภ. หนุ่มเวเนซุเอลาติดใต้ซากตึกถล่มนาน 8 วัน รอดตายไร้รอยขีดข่วน ท่ามกลางยอดดับพุ่งทะลุ 2,500 ราย
ข่าว
03 ก.ค. 2569 | apirak_pra

เจ้าหน้าที่กู้ภัยนานาชาติสร้างปาฏิหาริย์ช่วยชีวิต รปภ. หนุ่มเวเนซุเอลาติดใต้ซากตึกถล่มนาน 8 วัน รอดตายไร้รอยขีดข่วน ท่ามกลางยอดดับพุ่งทะลุ 2,500 ราย
KEY
POINTS
ท่ามกลางความโศกเศร้าจากโศกนาฏกรรมภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในรอบศตวรรษของเวเนซุเอลา ล่าสุดได้เกิดปาฏิหาริย์ครั้งใหญ่ที่จุดประกายความหวังให้แก่ญาติผู้สูญหาย เมื่อทีมกู้ภัยนานาชาติสามารถช่วยเหลือชายรายหนึ่งให้รอดชีวิตออกมาได้อย่างปลอดภัย หลังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่ถล่มลงมาเป็นเวลานานถึง 8 วันเต็ม โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาปฏิบัติการขุดเจาะอย่างระมัดระวังและยาวนานกว่า 100 ชั่วโมงเพื่อนำตัวเขาออกมา ท่ามกลางสถานการณ์ภาพรวมที่เลวร้ายอย่างรุนแรง เนื่องจากยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันล่าสุดพุ่งสูงถึง 2,595 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่เหตุแผ่นดินไหวต่อเนื่องเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา
ผู้รอดชีวิตรายนี้ได้รับการเปิดเผยชื่อคือ นายเอร์นัน กิล (Hernán Gil) ประกอบอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวแฝดถล่มเมืองนั้น เขาอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ภายในป้อมยามคอนกรีตขนาดเล็กบริเวณชั้นใต้ดินของลานจอดรถที่อยู่ติดกับห้างสรรพสินค้า กาเลเรียส ปลาญ่า กรานเด้ (Galerias Playa Grande) ในเมืองกติอา ลา มาร์ (Catia La Mar) แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้อาคารด้านบนพังทลายลงมาทับถมกันหนาทึบ
ทว่า โครงสร้างของป้อมยามคอนกรีตดังกล่าวได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเปลือกหอยหรือเกราะกำบังชั้นดีที่ช่วยค้ำยันและป้องกันตัวเขาเอาไว้จากการถูกแผ่นคอนกรีตและเศษซากตึกน้ำหนักรวมกว่า 140 ตันบดขยันลงมา ส่งผลให้เขามีพื้นที่หายใจและรอดชีวิตอยู่ภายในห้องใต้ดินได้อย่างเหลือเชื่อ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสภากาชาดคอสตาริกาเปิดเผยข้อมูลสุดอัศจรรย์ว่า หลังจากนำตัวเขาออกมาได้และทำการตรวจร่างกายในเบื้องต้น พบว่าเอร์นันแทบจะไม่ได้รับบาดเจ็บหรือมีแม้กระทั่งรอยขีดข่วนที่เล็บมือเลยด้วยซ้ำ
จุดเริ่มต้นของการค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อ อัลลัน มาดริกัล พาราเมดิกหรือแพทย์ฉุกเฉินจากสภากาชาดคอสตาริกาที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจต่างประเทศเป็นครั้งแรก ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือเบาๆ ดังออกมาจากใต้ซากตึกหนา ทันทีที่ยืนยันพิกัดแน่นอน ทีมกู้ภัยร่วมจาก 7 ประเทศ ประกอบด้วย เวเนซุเอลา, ชิลี, คอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, เม็กซิโก, โปรตุเกส และสหรัฐอเมริกา ได้ระดมกำลังเข้าวางแผนขุดเจาะอุโมงค์และท่อส่งอากาศลงไปทันที
อุปสรรคสำคัญคือความไม่มั่นคงของโครงสร้างซากอาคาร ซึ่งเกิดการทรุดตัวและถล่มลงมาปิดทับช่องทางขุดเจาะอยู่หลายครั้ง ส่งผลให้เหล่านักดับเพลิงและกู้ภัยต้องเสี่ยงชีวิตทำงานแข่งกับเวลา โดยนักดับเพลิงชาวชิลีรายหนึ่งระบุว่า นี่คือภารกิจกู้ภัยที่ซับซ้อนและยากลำบากที่สุดเท่าที่เคยเผชิญมาในชีวิต ระหว่างปฏิบัติการทีมงานได้หย่อนกล้องขนาดเล็กเพื่อตรวจสอบสุขภาพและพูดคุยกับเอร์นันตลอดเวลา พร้อมส่งน้ำ ยา และหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง รวมถึงแว่นตานิรภัยลงไปให้เขาผ่านช่องแคบๆ เพื่อความปลอดภัยก่อนจะสามารถดึงตัวขึ้นมาสู่พื้นดินได้สำเร็จ
มาร์โก อันโตนิโอ ฟรังโก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสภากาชาดเม็กซิโก ได้เปิดเผยเรื่องราวประทับใจกับสื่อมวลชนว่า เอร์นันเป็นชายที่มีกำลังใจดีเยี่ยมและอารมณ์ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะติดอยู่ใต้ซากตึกมืดมิดเป็นเวลานาน โดยในระหว่างที่รอคอยการขุดเจาะ เขายังได้เอ่ยปากขอเครื่องดื่มเกลือแร่รสชาติเฉพาะที่ตนเองชื่นชอบ ซึ่งทีมกู้ภัยก็ได้จัดหาลงไปให้ตามคำขอ นอกจากนี้เอร์นันยังเป็นฝ่ายพูดคุยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา และจำเสียงของทีมกู้ภัยแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ
การพูดคุยเรื่องครอบครัวและการแซวเล่นกันในอุโมงค์ช่วยลดความเครียดของทั้งสองฝ่ายได้อย่างดี ขณะที่ อัลลัน มาดริกัล ผู้พบเอร์นันเป็นคนแรกยอมรับว่า ประสบการณ์ปาฏิหาริย์ที่เวเนซุเอลาในครั้งนี้ได้เปลี่ยนมุมมองชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง และเขาจะกลับประเทศคอสตาริกาในฐานะคนใหม่ที่มีความภาคภูมิใจในวิชาชีพกู้ภัยระดับสากล