เนชั่นทีวี

ข่าว

จี้เปิดสัญญา TH-AI Passport หลังพบเอกชนแยกรับงบ 1.6 พันล้าน

19 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

จี้เปิดสัญญา TH-AI Passport หลังพบเอกชนแยกรับงบ 1.6 พันล้าน

“พ.ต.อ.ทวี” จี้เปิดสัญญาโครงการ TH-AI Passport กระทรวงดีอี หลังพบ “กิจการร่วมค้า” แยกรับงบ 2 ก้อน รวม 1.6 พันล้าน ส่อขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ทำรัฐเสียเปรียบ

“พ.ต.อ.ทวี” จี้เปิดสัญญาโครงการ TH-AI Passport กระทรวงดีอี หลังพบ “กิจการร่วมค้า” แยกรับงบ 2 ก้อน รวม 1.6 พันล้าน ส่อขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ทำรัฐเสียเปรียบ

KEY

POINTS

  • จี้กางสัญญาปมแยกจ่าย 1.6 พันล้าน: หลังพบข้อพิรุธการทำสัญญา "กิจการร่วมค้า" มีการแยกจ่ายเงินให้เอกชน 2 บริษัท แบ่งเป็น 794 ล้านบาท และ 800 ล้านบาท ส่อขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ทำให้รัฐเสียเปรียบและหาผู้รับผิดชอบยากหากต้องไล่เบี้ยในอนาคต
  • โต้ปลัดดีอีปมล็อกสเปกจอดิจิทัลร้านสะดวกซื้อ: เงื่อนไข TOR ที่ระบุให้มีการโฆษณาผ่านหน้าจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา (6,000 จุด) ป้ายสนามบิน 400 จุด และห้างสรรพสินค้า 200 จุด ซึ่ง กมธ.ชี้ว่ามีเพียงกลุ่มทุนรายเดียวในไทยที่มีศักยภาพตามสเปกนี้ ปลัด ดีอี แจงว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้เป็นคุณสมบัติบังคับตัดสิทธิ์ผู้เข้าร่วมรายอื่น
  • TOR เขียนชัด "ต้องมี": พ.ต.อ.ทวี โต้คำชี้แจงปลัดดีอีฟังไม่ขึ้น เพราะเนื้อหา TOR ระบุชัดเจนว่า "อย่างน้อยต้องมี" ซึ่งมีความหมายตรงตัว

19 มิถุนายน 2569 ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ TH-AI Passport ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีการล็อกสเปก หรือฮั้วประมูลเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนหรือไม่ 

ล่าสุด เมื่อวานนี้( 18 มิ.ย. 2569 ) มีการประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าวโดยมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง

การประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ ในที่ประชุม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายฯ ได้เสนอต่อประธานในที่ประชุมเพื่อขอให้ตรวจสอบเอกสารสำคัญของโครงการอย่างละเอียด โดยเฉพาะ “เอกสารสัญญา” เพราะได้รับเรื่องร้องทุกข์ว่าโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอี อาจเข้าข่ายการฉ้อฉลทางกฎหมายการยุติธรรม ซึ่งผู้ถูกร้องทุกข์มีทั้งระดับรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หลักการตรวจสอบเรื่องนี้จำเป็นต้องขอเอกสารสัญญาฉบับจริงมาดู ซึ่งไม่ควรเป็นความลับ เพราะสัญญาจะขัดกับ TOR ไม่ได้ โดย กมธ.จะนำมาตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และมีการฮั้วประมูลตามที่มีการร้องทุกข์ไว้จริงหรือไม่

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายฯ

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในรูปแบบสัญญา “กิจการร่วมค้า” ของโครงการดังกล่าว ที่มีการแยกการจ่ายเงินให้แก่บริษัท 2 แห่งที่เป็น “กิจการร่วมค้า” 

โดยแห่งหนึ่ง ทำสัญญากับกระทรวงดีอีในโครงการนี้จำนวน 794 ล้านบาท และอีกบริษัทหนึ่งราวๆ 800 ล้านบาท ซึ่งตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 93 ทางราชการจะไม่ทำสัญญาในลักษณะนี้ เนื่องจากหากเกิดกรณีที่โครงการมีปัญหา และรัฐต้องเรียกค่าปรับ หรือฟ้องไล่เบี้ยในอนาคต จะไม่สามารถระบุผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนได้ จึงทำให้รัฐเสียเปรียบ ฉะนั้นจึงเสนอให้มีการเชิญอัยการสูงสุดเข้ามาร่วมชี้แจงในประเด็นนี้ด้วย


โต้เดือดปมโฆษณาผ่านจอร้านสะดวกซื้อ 1.5 พันสาขา 6 พันจุด

ส่วนประเด็นที่กลายเป็นข้อถกเถียงในที่ประชุมคือ กรณีที่ TOR กำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา, ร้านสะดวกซื้อ 6,000 จุด, ป้ายขนาดใหญ่ตามสนามบิน 400 จุด และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ 200 จุด ซึ่งกรรมาธิการฯ หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ในประเทศไทยมีเพียงบริษัทเดียวที่มีจำนวนจอครอบคลุมตามที่ระบุนี้ 

ปรากฏว่า ทางปลัดกระทรวงดีอี ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า บริษัทที่เข้าประมูลไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ หรือพื้นที่โฆษณาในร้านสะดวกซื้อดังกล่าว ก็สามารถเข้าร่วมได้ และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล ไม่ได้เป็นคุณสมบัติของผู้ประมูลตาม TOR แต่เป็นข้อเสนอของบริษัทที่ร่วมประมูล ว่าจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ในลักษณะนี้ 

อย่างไรก็ดี กรรมาธิการฯ หลายคนไม่พอใจคำชี้แจง โดย พ.ต.อ.ทวี ได้ขอให้ปลัดกระทรวงดีอี นำเอกสาร TOR ขึ้นมาแสดง โดยระบุว่า ตัวอักษรใน TOR เขียนชัดเจนว่า “อย่างน้อยต้องมี” ซึ่งภาษามีความตรงตัว ไม่ได้กำกวม ทำให้คนทั่วไปและบริษัทอื่นๆ เข้าใจตรงกันว่า หากไม่มีคุณสมบัตินี้ก็ไม่สามารถเข้าประมูลได้ ส่งผลให้เอกชนรายอื่นเสียโอกาส

“อันนี้คือทำให้เห็นว่าท่านล็อกเลย เพราะร้านสะดวกซื้อตอนนี้ ท่านรู้ไหมยึดประเทศไปแล้ว มีหมื่นกว่าแห่ง เจ้าของคนเดียว มันก็มีอยู่เจ้าเดียว... ถ้าผมเป็นบริษัทแล้วรู้ว่าไม่มีคุณสมบัติตรงนี้ ก็ไม่เข้ามา ผมจึงอยากให้ท่านปลัดอธิบาย และโชว์ให้ดูว่ามีคำ หรือข้อความตรงไหนที่บอกว่าอาจจะไม่มีก็ได้” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ข่าวล่าสุด