กสม.ร่อนแถลงการณ์ ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรง เหตุโจมตีอิหร่าน
03 มี.ค. 2569
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่อนแถลงการณ์ ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรง และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน กรณีปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน
ข่าว
03 มี.ค. 2569
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่อนแถลงการณ์ ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรง และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน กรณีปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่าน
3 มีนาคม 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรงและเคารพหลักสิทธิมนุษยชน กรณีปฏิบัติการทางทหารโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ระบุว่า
ตามที่ปรากฏสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรง ในภูมิภาคตะวันออกกลาง กรณีสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ปฏิบัติการทางทหารโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เป็นเหตุให้ผู้นำสูงสุดและสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งผู้นำระดับสูงในรัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านหลายรายเสียชีวิต รวมถึงเด็กผู้หญิงจำนวนมากในโรงเรียนประถมศึกษาหญิง ณ กรุงเตหะราน และการตอบโต้กันของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนการประท้วงในบางประเทศ นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนอีกจำนวนมาก
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อความสูญเสียของทุกฝ่าย และขอประณามปฏิบัติการทางทหารที่อุกอาจ โหดร้าย และไม่เลือกเป้าหมาย อันถือเป็นการใช้อำนาจบาตรใหญ่โดยไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม ละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากลและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเห็นได้ชัด
ความขัดแย้งที่ขยายตัวครั้งนี้ มิเพียงก่อผลกระทบต่อคู่ขัดแย้งในสงคราม แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังสถานการณ์ความสงบระดับภูมิภาคและระดับโลก และกระทบสิทธิมนุษยชนของคนในหลายประเทศ โดยที่พลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน คือการใช้ชีวิตอย่างมั่นคงและปลอดภัยได้
กสม. ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการปฏิบัติการทางทหารทุกรูปแบบ คุ้มครองพลเรือนและสถานพยาบาล และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สามารถเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบได้โดยไม่มีอุปสรรค ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย ไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ของโลกซึ่งเคยมีบทเรียนมาแล้วในอดีต และขอให้ทุกฝ่ายกลับไปใช้กลไกเจรจาทางการทูต และสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและความผาสุกของพลเมืองโลกเป็นสำคัญ
สุดท้ายนี้ กสม. ขอแสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของประชาชนชาวไทย ที่พำนักและประกอบอาชีพอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยขอให้รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือ และดูแลประชาชนชาวไทยในพื้นที่ดังกล่าว อย่างเต็มความสามารถ
