รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะตำรวจกำลังนำตัวผู้ก่อเหตุทำแผนที่บ้านของผู้เสียชีวิต มีญาติรายหนึ่งถือมีดปอกผลไม้ยาว 10 ซม.วิ่งกรูเข้ามา เพื่อที่จะมาทำร้ายผู้ก่อเหตุ แต่โชคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นเสียก่อน จึงยึดมีดเอาไว้และนำตัวผู้ก่อเหตุออกจากที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย และนำตัวกลับไปที่ สภ.นาดี
พ.ต.ท.ธีรพงษ์ องอาจ สารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.นาดี เผยว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าน คลิก สีเทา – ดำ ทะเบียนป้ายแดง 01-0708 สระแก้ว สวมหมวกแก๊ป และใส่แมสสีดำ ปิดบังใบหน้า กับสวมเสื้อคลุม หลบหนีไปฟาร์มหมูที่คนร้ายทำงานอยู่ ต.สำพันตา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ห่างจากที่เกิดเหตุกว่า 5 กิโลเมตร ระหว่างทางถอดเสื้อคลุมกับนำท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุทิ้งลงน้ำ ตรงกลางสะพาน ระหว่างทางไป บ้านจะลิ่ง – บ้านวังหมันแควหนุมาน กระทั่งตำรวจจับกุมตัวได้ขณะเตรียมหลบหนี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวพร้อมสอบสวนและนำตัวไปชี้จุดทิ้งของ ก่อนเจ้าหน้าที่งมหาของกลางที่ใช้ก่อเหตุ แต่ไม่พบเนื่องจากน้ำไหลแรงและเชี่ยวกราก
"เบื้องต้นคนร้ายให้การรับสารภาพเป็นคนก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียชีวิต เพราะเห็นผู้เสียชีวิตสวมสร้อยคอทองคำ และเป็นผู้สูงอายุอยู่ลำพัง อีกท้ังโมโหผู้เสียชีวิต ที่ทวงหนี้เงิน ที่ติดค้างไว้กว่า 10,000 บาท จึงใช้เหล็กที่เตรียมมาฟาดหน้าและศีรษะ 3-5 ครั้ง ก่อนหน้านี้เคยก่อเหตุปล้นทรัพย์มา 2 คดีมาก่อน ในพื้นที่ จ.จันทบุรี และพื้นที่ จ.สระบุรีบ้านเกิด และหลบหนีมาทำงานที่ฟาร์มหมูแห่งนี้ เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา ใช้อาวุธชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป" ห่างจากที่เกิดเหตุกว่า 5 กิโลเมต" พ.ต.ท.ธีรพงษ์ เผย