นายสาธิต เปิดเผยอีกว่า ตนเองเป็นสมาชิกของฟิตเนสแห่งนี้ เพราะหลังเลิกงานจะไปออกกำลังกายเกือบทุกวัน ใกล้สาขาไหนก็เข้าไปออกกำลังกายที่นั่น แต่สาขานี้จะเข้าบ่อยสุด และคิดว่าฟิตเนสระดับนี้น่าจะมีความปลอดภัยให้ลูกค้า ส่วนทรัพย์สินที่หายไปนั้น ตนยืนยันได้ว่าเป็นเครื่องประดับที่ตนใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เพราะตนเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทรัพย์สินเหล่านั้น ตนยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ตีราคาเกินจริง หรือโอเวอร์เป็นราคาที่ตนซื้อมาจริง และเผลอๆตนจะตีราคาต่ำกว่าที่ได้แจ้งความไปด้วยซ้ำ โดยตนมีภาพทรัพย์สินเครื่องประดับที่ตนใส่ในชีวิตประจำวันมายืนยัน ไม่ได้ตั้งราคามาเกินจริง
"หลังเกิดเหตุ ตนได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ฟิตเนสทราบ แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ ตนจึงต้องรีบไปแจ้งตำรวจ เพื่อให้มาตรวจสอบ ซึ่งเมื่อตำรวจมาถึง ทางฟิตเนสยังขอดูหมายจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย ถึงจะให้ความร่วมมือ เข้าไปตรวจสอบข้างใน จากนั้น ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ พฐ. ถึงสามารถเข้าไปเก็บหลักฐานได้ จากการตรวจสอบทั่วฟิตเนส พบว่ามีกล้องวงจรปิดเกือบทุกจุด ยกเว้นในห้องล็อกเกอร์ เพราะเป็นส่วนตัว ซึ่งตรงทางเข้าห้องล็อกเกอร์ จะมีกล้องสามารถตรวตสอบได้ว่า ใครเข้า-ออกในช่วงเวลาไหนบ้าง ซึ่งตอนนี้ทางด้านคดี ตนก็กำลังติดตามความคืบหน้าอยู่" นายสาธิต กล่าวทิ้งท้าย
เบื้องต้น ทางตำรวจชุดสืบสวน กำลังดำเนินการตรวจสอบสถานที่ กล้องวงจรปิด และรวบรวมหลักฐานต่างๆอยู่ เพื่อติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป