นายเอกภาพ กล่าวภายหลัง การฟังคำตัดสินของศาลว่า กกต. ให้ใบแดงมา 4 ใบ แต่ 3 ใบนั้นศาลยกฟ้อง ส่วนเรื่องที่ได้ใบแดงนั้นเป็นเรื่องที่ตนเองปราศรัยเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เรื่องเหตุการณ์ไฟดับแล้วมีการโกงกัน แต่ตนเองไม่ได้บอกว่าใครโกงมันเป็นความรู้สึกของผมเอง ก็ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ ซึ่งศาลตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ กกต.ขอมา34 ล้านบาท ตนเองมองว่าเงินเดือนแค่ 7 หมื่นกว่าบาทแต่ต้องมาชดใช้ถึง 30 ล้านบาทก็ต้องสู้ต่อไป
“ประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นเมื่อ8ปีที่แล้ว ผมปราศรัยความเก่าความหลังให้ชาวบ้านฟังเท่านั้น แต่ไม่เป็นไร หลังจากนี้คงต้องเตรียมผู้สมัครที่เป็นทายาทลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องชาวร้อยเอ็ดยังรักและเอ็นดูในตนเอง เพราะตนตั้งใจพัฒนาร้อยเอ็ด และเป็นสิ่งที่ทำมาตลอด ซึ่งที่ผ่านมาผมพึ่งรับหน้าที่กลางเดือนกุมภาพันธ์ 64 ต่อมา 8กันยายน 64 ก็ได้ใบแดง แต่ผมก็ทำดีที่สุดแล้วและมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาร้อยเอ็ด จึงอยากฝากพี่น้องชาวร้อยเอ็ด ถึงแม้ตัวเองจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ตนเองยังมีทายาท และพร้อมที่จะร่วมพัฒนาร้อยเอ็ดให้เจริญ”
รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังนายเอกภาพ พลซื่อ อดีตส.ส. และได้กลายเป็นอดีต นายก.อบจ.ร้อยเอ็ดโดนใบแดง เตรียมส่งนางรัชนี พลซื่อ ภรรยาลงสมัครเลือกตั้งนายก อบจ. และ นายเอกรัฐ พลซื่อ บุตรชายนายเอกภาพ จะลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้าเช่นกัน