สำหรับจุดเริ่มต้นคดีนี้ เริ่มมาจากจากการทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี2557 ซึ่งมีการแข่งขันอย่างเข้มข้นระหว่างนายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นน้องชายนายชิณวรณ์ บุณยเกียรติ สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.กับนายมาโนช เสนพงศ์ น้องชายนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราชคนดัง พรรค ปชป. จนผลการเลือกตั้งนายมาโนช ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ทำให้นายพิชัยได้เข้าร้องกับทาง กกต.ว่านายมาโนชและนายเทพไท ทำผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง โดยมีการจัดเลี้ยงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราชเมื่อปี 2556 ก่อนที่จะถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้ใบแดงนายมาโนช
หลังจากนั้น กกต.เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายมาโนชและนายเทพไท แต่ภายหลังคดีล่าช้าในกระบวนการชั้นพนักงานสอบสวน จนถึงชั้นอัยการ นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราชในฐานะผู้เสียหายโดยตรง จึงตัดสินยื่นฟ้องคดีด้วยตัวเอง ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกนายมาโนช เสนพงศ์ จำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 2 คนละ 3 ปี แต่ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2563ที่ผ่าน และต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค8ได้มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และจำเลยทั้งสองได้มีการยื่นฎีกาสู้คดีในชั้นศาลฎีกา จนวันนี้(6กค.)ศาลฏีกาได้นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีดังกล่าวที่ห้องพิจารณาศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในเวลา 09.00น.จนมีคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว.
ภาพ/ข่าว : ชชาดล เจริญพงศ์ สำนักข่าวเนชั่น จ.นครศรีธรรมราช