นายสมคิด กล่าวต่อว่า ไม่ใช่มีแค่จัดงบกลางฯที่เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในการอนุมัติที่มีเพียงปีละ 8-9 หมื่นล้านบาท หรืออาจเป็นการตั้งกองทุนเฉพาะกิจขึ้น โดยต้องไปดูแหล่งเงินว่าจะเอามาจากที่ใด หากจะมีการกู้เงินเพิ่มเติมก็ต้องใช้สำหรับการลงทุน ที่สามารถสร้างการจ้างงานและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศได้ด้วย
นอกจากนี้ อีกส่วนหนึ่งที่ต้องเตรียมมาตรการช่วยเหลือ คือ เอสเอ็มอี ที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก จะเผชิญปัญหาเมื่อเจอภาวะวิกฤต ซึ่งต้องดูในส่วนของการเพิ่มทุนให้กับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐให้เพียงพอที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีได้เพื่อให้ธุรกิจไม่ล้มและสามารถรักษาการจ้างงานไว้ได้
ส่วนเรื่องโอกาสของเศรษฐกิจในภาคใต้ ต้องสนับสนุนให้เกิดการจัดงบประมาณในรูปแบบใหม่ เพื่อไปสนับสนุนการก่อสร้างถนน และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงจังหวัดต่างๆ และแหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ และเป็นการจัดสรรงบประมาณแบบที่เปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิม ที่เป็นการของบจากกระทรวงคมนาคม ให้เป็นการจัดสรรงบ ลงคลัสเตอร์จังหวัดภาคใต้ เวลาประชุม ครม.สัญจร เดิมก็บอกว่าให้ไปดูเรื่องความคุ้มค่าแล้วก็บอกว่ายังสร้างไม่ได้เพราะยังไม่คุ้มค่า ในรูปแบบใหม่สนับสนุนการให้เอกชนเข้ามาลงทุนให้มากขึ้น ต้องคิดนอกกรอบมากขึ้น ที่ผ่านมามีการของบต้องรองบประมาณจากส่วนกลางอย่างเดียวทำไมต้องทำแบบนั้น ทำไมถึงไม่ทำ หวงอำนาจกันใช่มั้ย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
"ฉะนั้นจะแก้เรื่องนี้จะแก้ไขต้องไปแก้ที่ข้างบน การเลือกตั้งในครั้งต่อไป ถ้าคุณจะเลือกตั้งคราวต่อไป ถ้าจะให้ลูกหลานมีอนาคตให้มีโอกาส ไม่ต้องไปจำเจ รอว่าธรรมชาติจะดีหรือไม่ดี ทั้งที่สวรรค์ให้ทุกอย่างมาให้ภาคใต้ครบแล้ว คุณต้องเลือกคนที่ตั้งใจเข้าไปทำงานให้คุณ ผมไม่ได้บอกว่าพรรคไหน ได้ทุกพรรค แต่เอาคนที่ไปทำงานให้คุณ เป็นปากเป็นเสียงให้กับคุณได้ ต้องคิดให้ดีว่าใคร พรรคไหนจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคุณได้ ไม่ใช่เลือกพรรคที่ไปทำสิ่งเดิมๆ ของเดิมยัง Deliver ไม่ได้เลยจะไป Deliver ของใหม่ได้อย่างไร พยายามเลือกคนที่หนุ่มสาวหน่อย ไม่ใช่คนแก่ไม่ดี แต่คนรุ่นใหม่ เขามีไฟที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับท้องถิ่นต่างๆได้" นายสมคิด กล่าว