ทั้งนี้ หลังจากที่อนุกรรมการทั้ง 4 ชุดได้ส่งรายงานให้แก่คณะทำงานฯ ชุดของนายไตรรัตน์แล้ว คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด กสทช.ภายในสัปดาห์หน้าราววันที่ 26-27 ก.ค.นี้ โดยจะเป็นไปตามกรอบเวลาที่บอร์ดได้ให้สำนักงานกสทช.และคณะทำงานฯไปดำเนินการ โดยตามเดิมต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วันหลังจากบอร์ดมีมติไปเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2565 แต่ทางสำนักงาน กสทช.อ้างว่ารายงานของอนุกรรมการทั้ง 4 ชุดมีจำนวนมากจึงต้องรวบรวม บอร์ดจึงต่อเวลาให้อีก 15 วัน โดยจะครบกำหนดวันที่ 27 ก.ค.นี้
ดังนั้น บอร์ดจึงลงมติในวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อแต่งตั้งคณะทำงานฯ ชุดนายไตรรัตน์ขึ้นมาโดยเฉพาะ 1 ชุด เพื่อประสานงานกับอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด และยังได้แต่งตั้งคณะทำงานที่จะมากำหนดมาตราเฉพาะเพื่อป้องกันผลกระทบกรณีการรวมธุรกิจด้วย
นอกจากนี้ ในเวลาถัดมาไม่นาน เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการกสทช.และรักษาการเลขาธิการกสทช. ได้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกันผลกระทบจากกรณีการรวมธุรกิจ แสดงว่า สำนักงานฯ อาจจะมีเจตนารมณ์ให้เกิดการอนุมัติควบรวมแบบมีเงื่อนไขหรือไม่
ประเด็นนี้ต้องจับตาดูให้ดีเพราะกรอบเวลาหลาย ๆ อย่างจะมาบรรจบกันในช่วงสัปดาห์หน้าดังกล่าว โดยจะเป็นเวลาเดียวกับที่บอร์ดกสทช.จะเปิดแถลงข่าวครบ 5 คนครั้งแรกหลังทำงานมาครบ 3 เดือน และจะครบเดดไลน์ที่สำนักงานกสทช.จะต้องส่งการบ้านให้กับบอร์ดกสทช.ด้วย ว่าจะเอาอย่างไรก็ดีลการควบรวมของทรูและดีแทคในครั้งนี้