"เรื่องการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของ รมช. มหาดไทยนั้น เป็นเรื่องข้อกฎหมาย เป็นดุลพินิจของศาล โดยป.ป.ช.คงไม่ต้องขอให้ศาลสั่ง และในคำร้องก็ไม่เคยเขียนว่า ขอให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นเป็นเรื่องที่จะมีผลโดยทราบของกฎหมายเมื่อศาลประทับฟ้อง อันนี้ต้องแล้วแต่ศาลสั่ง"
นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้วกับการทำงานของ ป.ป.ช.ประวัติตนไม่เคยปรากฏเรื่องการเป็นผู้มีอิทธิพล และอาจจะเป็นคดีแรกที่มีการฟ้องนอกเขตอำนาจศาล
"เหตุเกิดในพื้นที่ภาค 9 ซึ่งปกติเมื่อเหตุเกิดในภาค 9 มีเขตอำนาจศาลอยู่แล้ว พยานหลักฐานทุกอย่างอยู่ในภาค 9 ควรดำเนินคดีในภาค 9"
นายนิพนธ์ กล่าวว่า การกล่าวหาว่า ตนมีอิทธิพล ถือว่ามีความเสียหาย การพูด หรือให้ข่าวใส่ร้ายควรระมัดระวัง
"ยืนยันว่าผมไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล ไปสืบดูได้ในจังหวัดสงขลา หรือในภาค 9 ไม่เคยสนับสนุนการทำผิดกฎหมาย ไม่เคยค่าขายของผิดกฎหมาย บ่อนการพนันไม่เคยเปิด คนให้ข่าวต้องระมัดระวังด้วย"
นายนิพนธ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ประสงค์จะทะเลาะกับ ป.ป.ช.เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่อยากจะขอความเป็นธรรม เมื่อเรื่องมันเกิดในพื้นที่ภาค 9 การฟ้องร้อง จับกุมคดีฮั้วประมูลศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ก็ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น”
"ป.ป.ช.เองก็ไปแจ้งความดำเนินคดีกับบุลคล และนิติบุคคลที่ร่วมฮั้วประมูลในเขตภาค 9 ผู้ต้องหาบางคนหลบหนีไปต่างประเทศ บางคนโดนจับกุม ศาลไม่ให้ประกันตัวยังนอนอยู่ในเรือนจำ ทำไม ป.ป.ช.ทำเหมือนไม่เชื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มันเกินข้อเท็จจริงไป"
"นายนิพนธ์" กล่าวทิ้งท้ายว่า เวลาจะกล่าวหาใครว่าเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นการกล่าวใส่ร้ายต้องระมั