แน่นอนว่า อาเบะโนมิกส์ ถูกประเมินทั้งทางบวกและทางลบ รวมทั้งถูกมองว่าเป็นเพียงการประนีประนอมของบรรดามุ้งต่างๆ ภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ส่วนการที่รัฐบาลญี่ปุ่น ซื้อสินทรัพย์และพันธบัตรทำให้เงินเยนอ่อนค่า และอัตราดอกเบี้ยต่ำ ช่วยผลักดันภาคการผลิตเพื่อส่งออกให้มีรายได้มากขึ้นก็จริง แต่ผู้ผลิตได้ย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศหมดแล้ว และการที่เงินเยนอ่อน ทำให้สินค้านำเข้ามีมูลค่าสูง ส่งผลกระทบต่ออัตราการบริโภคในครัวเรือน รวมถึงบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก
ญี่ปุ่นยังเผชิญสังคมสูงวัยรุนแรง (hyper aged society) ที่แม้เพิ่มการลงทุนในภาคสาธารณะ ที่จะสร้างงานและสร้างรายได้ แต่ก็ไร้ผลเพราะขาดแคลนแรงงาน อัตราค่าแรงตามอัตราเงินเฟ้อไม่ทัน ต่อให้มีงานประจำทำก็ไม่ได้มั่นคงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ทำให้อาเบะโนมิกส์ถูกเปรียบเทียบว่า จะทำให้ “สวนญี่ปุ่น” (Japanese Garden) ที่ถูกจัดไว้เป็นระเบียบให้กลายเป็น “ทุ่งหญ้า” (Fields) หรือ ระบบเศรษฐกิจแบบสหรัฐฯ
อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้ทั้งอาเบะกับญี่ปุ่นโดดเด่นบนเวทีโลก คือ "การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Tokyo 2020Olympic Games ที่ผู้คนยังจดจำเขาตอนที่เขาไปเซอร์ไพร์ซในพิธีปิด Rio 2016 Olympic Games ที่บราซิลในชุด Super Mario เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว