กรณีมีผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ตัวเลขติดเชื้อโควิด-19จริงน่าจะมากกว่า 5 หมื่นรายต่อวัน จะต้องมีกาพิจารณาและเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาเพื่อปรับแผนรองรับเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.โอภาส กล่าวว่า เรื่องการติดเชื้อจริงๆ ไม่มีใครบอกได้ว่าติดเชื้อมากถึงไหน อาจจะมากกว่าตัวเลขที่มี 2 เท่า 3 เท่า 5 เท่า หรือ 10 เท่า ตรงนี้ไม่มีใครบอกได้ เพราะเราไม่ได้ตรวจ RT-PCR ในทุกคนที่สงสัยแล้ว จะตรวจเฉพาะผู้ที่ต้องเข้ารักษาใน รพ.
ส่วนคนทั่วไปก็ใช้ตรวจ ATK เฉพาะตอนมีอาการ ซึ่งหลายคนอาการน้อย เขาก็ไม่ได้ตรวจเชื้อแล้ว ฉะนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องหาว่าการติดเชื้อกี่คน ซึ่งทั่วโลกก็ทำเหมือนๆ กัน โดยต่างประเทศก็ไม่ได้ตรวจอะไรแล้ว
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า เราสนใจผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล ใส่ท่อหายใจ ที่จะเป็นตัวเลขที่บอกสถานการณ์ได้ค่อนข้างดีและแม่นยำที่สุด ตอนนี้มาตรการสำคัญคือ เร่งฉีดวัคซีนกระตุ้น สวมหน้ากากอนามัยในคนและเหตุการณ์เสี่ยง และเว้นระยะห่างด้วย ส่วนมาตรการปิดกิจกรรมต่างๆ ต้องดูอีกทีว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน และมีผลกระทบอย่างไรด้วย แต่เบื้องต้นทุกอย่างเป็นไปตามที่เราคาดการณ์อยู่ว่าจะมีการระบาดขึ้น
“ ขณะนี้ที่เห็นชัด คือ ประชาชนติดเชื้อมีความรู้ในการดูแลตัวเอง อยู่บ้านรักษาตามอาการ นี่เป็นตัวยืนยันว่า มาตรการฉีดวัคซีนของเราได้ผล เพราะถ้าไม่ได้รับวัคซีนก็จะต้องมีเหตุการณ์คนล้น รพ.เกิดขึ้นอีกเหมือนช่วงที่สายพันธุ์เดลต้าระบาด โดยจะมีการประชุมกับ ศปก.ศบค.ในข้อมูลต่างๆ นำมาสู่การวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะนำเสนอในการประชุม ศบค.ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ ” นพ.โอภาส กล่าว
เมื่อถามถึงการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จะมีการประชุมหารือพิจารณาปรับลดระดับให้ โควิด ที่เป็น โรคติดต่ออันตราย ให้เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังหรือไม่ นพ.โอภาส กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนัดประชุมจากคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ซึ่งอาจต้องรอการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ก่อน