ส่วนตัวเห็นว่าประเด็นที่น่าเป็นห่วง และจะเป็นปัญหามากที่สุด ของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็น่าจะเป็นเรื่องการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งครบวาระ 8 ปีในเดือนสิงหาคมนี้หรือไม่ เพราะถ้าดูเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เห็นได้ชัดว่าต้องการที่จะให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่ง ในวาระ 8 ปีเท่านั้น
แต่สำหรับกฎหมายของประเทศไทย มักจะมีการตีความไปต่างๆนานา แล้วแต่ใครจะตีความให้เป็นประโยชน์แก่คนกลุ่มใด จะมีการตีความแบบเลี่ยงบาลี หรือตีความแบบศรีธนญชัย ก็สามารถทำได้ จะมีการยกข้อกฎหมายมาอธิบายว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 วาระของนายกรัฐมนตรี ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะหลักของการตีความกฎหมาย ไม่สามารถตีความย้อนหลังให้เป็นโทษได้ หรือในขณะเดียวกันยิ่งไปกว่านั้น ก็ให้เริ่มนับวาระนายกรัฐมนตรีในวันที่เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 นั้น ก็คือวันที่ 9 มิถุนายน 2562 แต่ถ้าจะยึดหลักเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด จะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่สภานิติบัญญัติ (สนช.) ลงมติเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คือ วันที่ 24 สิงหาคม 2557 เท่านั้น
ดังนั้นในฐานะที่เป็นนักการเมือง และนักกฎหมายคนหนึ่ง ขอแนะนำให้ทุกฝ่ายกลับไปดูความเห็นหรือคำอธิบายในการร่างรัฐธรรมนูนฉบับนี้ว่า คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีเจตนารมณ์ในการยกร่างเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถไปดูบันทึกรายงานการประชุมย้อนหลังได้ และจะเป็นข้อยุติ ไม่ต้องถกเถียงกันว่า วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จะครบวาระ 8 ปีในวันไหน โดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ได้