การจูบช่วยอะไร/ประโยชน์ของจุ๊บๆ
จูบช่วยลดความเครียดและทำให้เรามีความสุข
ผลการวิจัยของ Western Journal of Communication พบว่าการแสดงความรักอย่างการจูบนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงต่อการลดระดับฮอร์โมนความเครียด และเพิ่มระดับฮอร์โมนความสงบ และหากคุณจูบกัน 20 วินาทีหรือมากกว่านั้น สมองจะหลั่งสารเคมีที่ช่วยทำให้สงบและลดระดับความเครียด
จูบลดความดันโลหิตทำให้หัวใจแข็งแรง
จูบช่วยขยายหลอดเลือด จึงช่วยลดความดันโลหิตได้ ซึ่งระหว่างการจูบจะมีสื่อประสาทที่ชื่อ เอพิเนฟรีน (Epinephrine) เดินทางเข้าไปในเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความดันโลหิตแล้ว ยังทำให้ระดับ LDL (ไขมันไม่ดี) และคลอเรสเตอรอล (Cholesterol) ลดลงได้อีกด้วย
จูบช่วยป้องกันฟันผุ
จูบจะไปช่วยกระตุ้นให้มีการผลิตน้ำลาย ซึ่งจะไปช่วยชะล้างคราบพลัคและคราบต่าง ๆ จึงช่วยป้องกันฟันผุได้อีกทางหนึ่ง
จูบช่วยให้รู้สึกตื่นตัว
จูบจะไปช่วยกระตุ้นการหลั่งสารอดรีนาลีน (Adrenaline) และ อะดรีนาลีน (Adrenaline) ซึ่งนอกจากจะช่วยให้รู้สึกตื่นเต้นเนื่องจากหัวใจเต้นเร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัว
จูบช่วยเบิร์นแคลอรี่
การจูบในเวลา 1 นาที จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ 2-3 แคลอรี่ แต่ถ้าคุณจูบกันอย่างดูดดื่มเป็นพิเศษจะสามารถช่วยเผาผลาญได้ถึง 6 แคลลอรี่ และยังไปช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญหรือเมตาบอลิซึ่ม (Metabolism)
จูบบอกความหมายสื่อแทนความในใจ
จูบที่หน้าผาก
การจูบที่หน้าผาก หมายถึง การแสดงออกถึงความรักความเอาใจใส่และทะนุถนอม ต้องการแสดงออกถึงความรักและเอ็นดูที่เขามีต่อคุณ โดยคนที่จูบที่หน้าผาก หากบ่อยๆ เกินไปนั้น จะถือเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็รักสันโดษ ให้อภัยง่าย ๆ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
จูบริมฝีปาก
การจูบที่ปากเป็นการแสดงความรักที่ลึกซึ้ง เป็นจูบที่โรแมนติก ถวิลหา แสดงออกอย่างเปิดเผย ต้องการที่จะมอบความรัก ความจริงใจตรงไปตรงมา ความซื่อสัตย์ที่อัดแน่นให้คุณได้รับรู้
จูบที่หน้าผาก
การที่จูบหน้าผากหรือผมของคุณนั้น หมายถึง เขากำลังคิดถึงความสุขที่ได้อยู่ร่วมกับคุณ ช่วงเวลาแห่งความโรแมนติคต่าง ๆ และดีใจที่มีคุณอยู่ ปกติแล้วคนที่ชอบจุ๊บที่หน้าผากบ่อย ๆ จะเป็นคนเข้มแข็งแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน
จูบแก้ม
ชายหนุ่มที่จูบพวงแก้มของคุณกำลังบอกความนัยว่า “ผมชอบคุณนะ” รู้สึกดีและอยากพัฒนาความสัมพันธ์ แต่ในขณะเดียวกันก้อสามารถตีความหมายได้อีกแบบ คือ คิดแบบเพื่อนสนิท ซึ่งชายหนุ่มลักษณะนี้ จะเป็นคนประเภทที่เฟรนด์ลี่คบหาเพื่อนเยอะ เป็นคนสนุกสนานร่าเริง ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเพื่อนฝูง
จูบที่หลังมือ
การจูบที่หลังมือ คือการที่เขาเคารพ หลงใหล น่าค้นหา และให้เกียรติคุณเป็นอย่างมาก ยกย่องและนับถือคุณ พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อคุณเสมอ
จูบไซ้ซอกคอ
การจูบแบบนี้เขากำลังต้องการเป็นเจ้าของคุณ และเต็มไปด้วยใจปรารถนาจนอยากปลุกเร้าให้คุณรู้สึกตอบสนองในแบบเดียวกัน แต่ถึงจะต้องการคุณมากขนาดนั้นก้อไม่ได้หมายความว่าเขาฝันจะมีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับคุณเสมอไปหลอกนะ เขาอาจจะต้องการแค่ความสัมพันธ์ชั่วคราวหรือต้องการให้คุณหลงรักเขาก้อเป็นได้
จูบปาก
การจูบปากนั้นหมายถึงหัวใจของเขาเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อคุณ ต้องการที่จะให้คุณรุ้ว่าเขารักคุณมากและต้องการคุณอย่างยิ่ง
จูบที่มือ
จูบแบบสุดท้ายนี้เป็นจูบของเจนเทิลแมน สุภาพบุรุษที่มีลักษณะนิสัยระมัดระวังให้เกียรติผู้หญิง ไม่ทำตัวรุ่มร่ามให้ฝ่ายหญิงสาวรำคาญใจ เป็นจูบที่บ่งบอกว่าเขาให้ความสนใจในตัวคุณ อยากรู้จักอยากค้นหา หรืออีกนัยก้อเป็นเพียงการทักทายตามมารยาทเท่านั้น แต่ช้าก่อน..ยังไม่หมดเท่านี้ ชายหนุ่มนักรักจอมเจ้าชู้ก้อมักจะใช้วิธีการแบบนี้โลดแล่นตามใจปรารถนาเช่นกัน โดยการแสร้งทำตัวเป็นเจนเทิลแมน ให้สาว ๆ น้อยใหญ่ตายใจไปกับท่วงท่าที่แสนสุภาพอ่อนโยนด้วยการบรรจงจูบเบา ๆ หลังฝ่ามืออย่างอ้อยอิ่ง เรียกได้ว่าเป็นท่าไม้ตายให้สาว ๆ ใจละลายเลยทีเดียว
จูบที่หลังมือ
การจูบที่หลังมือ คือการที่เขาเคารพ หลงใหล น่าค้นหา และให้เกียรติคุณเป็นอย่างมาก ยกย่องและนับถือคุณ พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อคุณเสมอ
จูบใบหู
ชายที่จูบใบหูของคุณกำลังสื่อความหลงใหล เย้ายวนและแฝงความต้องการอยู่ภายใน และหากเขาขบใบหูของคุณเล่น เขากำลังหมั่นเขี้ยวและหยอกเย้าคุณด้วยความเสน่หา เป็นคนประเภทที่แสดงออกทางอารมณ์ค่อนข้างชัดเจน แต่ก้อเป็นคนที่น่าคบหาเพราะเขามักจะคิดถึงคนอื่นอยู่เสมอ
...
นอกจากนี้ ในวันที่ “6 กรกฎาคม” ยังมีความสำคัญที่เป็นบทบันทึกแห่งประวัติศาสตร์ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ เช่น
วันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 195 7 เป็นวันที่ จอห์น เลนนอน พบกับ พอล แมคคาร์ทนี่ย์เป็นครั้งแรก ในงานของโบสถ์ โดยขณะนั้น เลนนอน มีอายุแค่ 16 และพอลอายุ 15 โดยพอลมาสมทบเล่นให้กับวง Quarrymen ของเลนนอน ตามคำแนะนำของเพื่อนคนหนึ่งในวง
ขอขอบคุณ ที่มาของตำนานแห่งภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้
ที่มาของภาพจอห์น เลนนอน
...
6 กรกฎาคม พ.ศ. 2390
เรือรบฝรั่งเศส 3 ลำ เดินทางจากสมุทรปราการมาถึงสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยานำราชทูตฝรั่งเศสเข้ามาขอเจรจาทำสัญญาทางพระราชไมตรี และการค้าในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
6 กรกฎาคม พ.ศ. 2418
ประกาศให้เปิดโรงเรียนทั่วราชอาณาจักร ตามวัดทั่วประเทศ มีพระและคฤหัสถ์เป็นครูอย่างน้อย5 คน เงินเดือน ๆ ละ 6 บาท สมัยนั้นไม่ทราบจำนวนวัด เมื่อ
พ.ศ. 2453 มี 13,065 วัด
พ.ศ. 2480 มี 17,650 วัด
พ.ศ. 2524 มี 31,187 วัด
พ.ศ. 2527 มีโรงเรียนประถม 30,724 โรงเรียน
เมืองไทย เริ่มการศึกษาทั่วประเทศหลังญี่ปุ่น 3 ปีเท่านั้น ญี่ปุ่นจัดการศึกษาทั่วประเทศเมื่อ พ.ศ. 2415
6 กรกฎาคม พ.ศ.2450
ฝรั่งเศสยอมคืนจังหวัดตราด ซึ่งยึดไป เมื่อ พ.ศ. 2446 ให้ไทย อันเป็นผลจากสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศสฉบับ พ.ศ. 2449 (ร.ศ.125) โดยฝรั่งเศสยอมคืนจังหวัดตราดและเกาะต่างๆ ใต้แหลมสิงห์ลงไปถึงเกาะกูด
6 กรกฎาคม พ.ศ.2463
กำหนดให้ วันที่ 6 เมษายน เป็นวันชาติไทย เข้าใจว่าจะใช้สำหรับชาวต่างประเทศคือ ถือเอาวันจักรีเป็นวันชาติไทย
6 กรกฎาคม พ.ศ. 2475
พระเจนดุริยางค์ ได้ประพันธ์ทำนองเพลงชาติขึ้นใหม่ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะราษฎรทำนองเพลงชาตินี้ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
เหล่านี้ เป็นเพียงสาระเล็กๆ น้อยๆ ที่ทีมข่าวพอจะมีเวลาเสาะหา และหยิบยกนำเอาสาระดีๆ นำมาฝากคอข่าวชาวเนชั่นกัน ในช่วงนี้ สำหรับการรำลึกถึงวันที่ 6 กรกฎาคม หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย ในการรำลึกถึง ช่วงเวลาดีๆ ช่วงเวลานาทีประวัติศาสตร์ในวันวานที่ผ่านมาอีกสักครั้ง!
ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลครั้งนี้
Nanitalk // wikipedi
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : INTERNATIONAL KISSING DAY 2015 , national-awareness-days.com,