เบื้องต้น “คาร์มัส” ก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้ว 9 คดี ใน 9 พื้นที่ ประกอบด้วย สภ.เมืองยะลา , สภ.หาดใหญ่ , สภ.เมืองพัทลุง , สภ.เมืองนครศรีธรรมราช , สภ.เมืองหนองบัวลำภู , สภ.เมืองอุบลราชธานี , สภ.หัวหิน , และ สน.สายไหม โดยถูกออกหมายจับ 4 คดี คือ ศาลจังหวัดยะลา , ศาลอาญามีนบุรี , ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางจังหวัดสงขลา , และศาลจังหวัดพัทลุง
จากการสอบสวน “คาร์มัส” รับสารภาพว่า เป็นผุ้ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ร้าน BANANA จริง โดยหลบหนีมาอยู่ที่คอนโด และเปิดห้องพักโรงแรมย่านรามคำแหง ด้วยการใช้บัตรประชาชนเพื่อน เพื่อซ่อนโทรศัพท์ของกลาง ที่มีการวางแผนจะขนโทรศัพท์กลับนราธิวาส
“สาเหตุที่ลักทรัพย์แต่ร้าน BANANA เพราะชอบกล้วยและชอบสีเหลือง ส่วนที่ชอบถอดเสื้อผ้าให้เหลือกางเกงในตัวเดียว ก่อนเข้าไปก่อเหตุ เพราะมันทำเกิดความรู้สึกมั่นใจ รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง โดยจะเลือกร้านที่ก่อเหตุจาก google map ก่อนลงพื้นที่สำรวจเส้นทางรอบร้าน ประมาณ 3-6 ชั่วโมง และลงมือก่อเหตุหลังเที่ยงคืน”
ส่วนกรณีที่ต้องเอากล้องวงจรปิดของร้านไปด้วย เพราะเมื่อปี 2564 เคยตกเป็นข่าวที่ จ.ยะลา โดยมีการกล่าวหาว่า เป็นโจรโรคจิต ทำให้รู้สึกไม่ชอบที่ถูกเรียกแบบนี้ เพราะตนเองเป็น “จอมโจรโรบินฮู้ด” เนื่องจากตอนเด็กๆ เป็นคนไร้บ้าน ไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ ทั้งที่เพื่อนๆ มีใช้กันหมด จึงเป็นการฝังใจว่า อยากมีโทรศัพท์มือถือแบบคนอื่น