นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทนอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคายางพาราว่า ขณะนี้ราคายางค่อนข้างทรงตัว แม้ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น แต่ความต้องการใช้ยางไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ที่เป็นผลมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 และภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่มากระทบซ้ำเติมอีก จึงทำให้ปริมาณความต้องการใช้ยางลดลง ราคายางธรรมชาติจึงไม่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ราคาในปัจจุบันถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ปริมาณความต้องการใช้ยางกับปริมาณยางที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณสมดุลใกล้เคียงกัน ราคายางจึงเคลื่อนไหลในช่วงแคบๆ โดยราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ซึ่งเป็นราคากลางมาตรฐานที่ใช้อิงในการกำหนดราคายางประเภทต่างๆ ในปัจจุบันยังอยู่ที่ระดับสูงกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม
“จริงๆ แล้ว ราคายางแผนรมควันชั้น 3 ในปัจจุบัน น่าจะต่ำกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัมด้วยซ้ำ แต่ปริมาณยางจากประเทศอินโดนีเซียออกสู่ตลาดน้อยลง เนื่องจากการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ ทำให้สวนยางเสียหายไปกว่า 3 ล้านไร่ ผลผลิตของอินโดนีเซียลดลงประมาณ10% ประกอบกับนโยบายลดปริมาณการปลูกยางของแต่ละประเทศ ทำให้พื้นที่ปลูกยางมีจำนวนจำกัด ปริมาณยางออกสู่ตลาดจึงไม่มากใกล้เคียงกับปริมาณความต้องการซื้อ ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 จึงปรับตัวไม่มาก ยังอยู่ในระดับมากกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม" นายชูวิทย์ กล่าว