ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ สทท. ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ระบุ จากนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวอย่างสมดุล สอดรับกับสถานการณ์ในแต่ละเดือน ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในครึ่งปีแรกได้มาถึง 2 ล้านคน หลังจากนี้ สทท. ขอรับไม้ต่อดันให้ถึง 12 ล้านคนภายในสิ้นปี ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้ เพื่อรักษาการจ้างงานและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน แต่โจทย์นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกำลังต่อสู้กับ 3 สงคราม
สงครามแรก สงครามโควิด-19 สงครามที่ 2 สงครามยูเครน-รัสเซีย แม้ไทยไม่มีส่วนร่วมโดยตรง แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทำให้ราคาน้ำมัน ทั้งดีเซล เบนซิน จนถึงน้ำมันพืชแพงขึ้น เงินเฟ้อสูงขึ้น และสงครามช่วงชิงนักท่องเที่ยว เรียกได้ว่าเป็น Tourism War Game ที่หลายประเทศเห็นตรงกันว่าการท่องเที่ยวคือกลไกในการฟื้นประเทศที่ดีที่สุด รวดเร็ว ใช้ทุนน้อย และกระจายรายได้สู่ประชาชนได้มากที่สุด จึงเร่งออกกลยุทธ์ทุกรูปแบบมาแข่งขันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
ดังนั้น จึงไม่ใช่เป็นเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐเอกชนทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงต้องผนึกกำลังกันออกแบบเครื่องมือพิเศษแบบ Booster Shot เช่น กระทรวงวัฒนธรรมมาช่วยเรื่อง Soft Power เติมเสน่ห์ให้กับการท่องเที่ยว กระทรวงการคลังมาช่วยเรื่อง Soft Loan ช่วยเติมทุน กระทรวงแรงงานมาช่วยสร้าง Soft Skill เติมความรู้ กระทรวงดิจิตอลมาช่วยเรื่องพัฒนา Software / Platform / Big Data เติมสมอง ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ สทท. นั้นต้องจับมือกันทำ Hard sell เพื่อเติมลูกค้า คือความท้าทายใหม่ ที่ทั้งรัฐและเอกชนจะต้องจับมือกันเพื่อที่จะฟื้นไปด้วยกัน