อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระยะของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การเพิ่มศักยภาพทางการคลัง และการปรับสมดุลรายจ่ายเพื่อเพิ่มการลงทุนภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการสร้างการเติบโต
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2565 คาดว่าจะอยู่ที่ 5.2% ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 14 ปี การส่งออกสินค้าคาดว่าจะขยายตัว 4.1% ชะลอตัวลงจากผลของปี 2564 ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 18.8% สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์โลกที่ลดลงและปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานโลกที่ยืดเยื้อ หนี้สาธารณะคาดว่าจะพุ่งสู่จุดสูงสุดที่ 62.5% ต่อจีดีพีในปีงบประมาณ 2566 ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันเล็กน้อย
ทั้งนี้ สงครามในยูเครนอาจทำให้ปัญหาความยากจนในประเทศไทยมีความรุนแรงขึ้น เป็นผลจากราคาอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น ธนาคารโลกประมาณการว่า ราคาอาหารโลกที่เพิ่มขึ้น 10% จะทำให้อัตราความยากจนเพิ่มขึ้น 1.4% และราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น 10% จะทำให้อัตราความยากจนเพิ่มขึ้น 0.2%