“ต้องยอมรับในกฎกติกาที่เกิดขึ้นใหม่ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า การเล่นกีฬาประเภทนี้ในห้วงอายุที่เหมาะสมจะไม่เป็นการทำร้ายทั้งในแง่สภาพร่างกายที่จะมีความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อและด้านจิตใจของนักกีฬาเนื่องจากการแข่งขันกีฬาชนิดนี้จะต้องใช้ศักยภาพครบทุกส่วน ทั้งเทคนิค ความแข็งแรง ทักษะท่วงท่า และการเต้นประกอบเพลง ดังนั้นพวกเขาไม่ใช่แค่นักกีฬาแต่คือ Performer " ดร.สุวรรณา กล่าว
ดร.สุวรรณา ยังกล่าวว่า หลังได้รับเลือกเป็น กรรมาธิการสหพันธ์สเก็ตน้ำแข็งนานาชาติ แล้ว ด้วยกฎกติกาแล้วก็ไม่สามารถเข้ามาสนับสนุนหรือยุ่งเกี่ยวกับสมาคมฯ หรือการดำเนินกิจกรรมของไทยได้ แต่ก็ไม่สามารถทิ้งไปได้เพราะเป้าหมายคือการดูแลและผลักดันเด็กไทยให้มาแข่งขันกีฬาประเภทนี้ได้ ซึ่งขณะนี้ดร.สีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ ได้มาดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถทำงานสานต่อและประสานงานร่วมกันได้ ต้องยอมรับว่าไทยเรายังไม่มีนักกีฬาที่จะส่งไปแข่งในระดับโลก แต่วันนี้กลับทำให้โลกได้รู้จักประเทศไทยว่ามีสมาคมกีฬาประเภทนี้อยู่ด้วย การจัดประชุมครั้งนี้ส่งผลให้ประเทศไทยมีผลงานและมีชื่อเสียง ซึ่งสมาชิกที่เข้าร่วมส่วนใหญ่ใช้คำว่า‘Amazing’ กับการจัดงานครั้งนี้ มีเสียงสะท้อนมาว่าจัดงานได้ดีกว่าหลายๆประเทศ ทั้งๆที่ไม่มีแชมป์โลกหรือแม้แต่มีชื่อเสียงในกีฬาประเภทนี้ด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเป็นงานที่ดีที่สุดตั้งแต่มีการจัดตั้งสหพันธ์ฯ ขึ้นมาเลยทีเดียว เป็นความภูมิใจ และเป็นแรงกระตุ้นว่าการประชุมสหพันธ์สเก็ตน้ำแข็งนานาชาติ ครั้งที่ 58 ที่ประเทศไทยเป็นครั้งที่ดีที่สุด
“จึงคิดว่า ในอนาคต อีก 10 ปีข้างหน้าจะกลับมาจัดงานที่ไทยอีกครั้ง อาจจะเป็นการแข่งขันในระดับโลก ในระดับเวิลด์แชมป์เปี้ยนชิพ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะไทยเราจะสามารถปั้นนักกีฬาที่มีฝีมือขึ้นมาได้พอดี” ดร.สุวรรณา กล่าวทิ้งท้าย