"ผมเรียกร้องให้อาจารย์สอนกฎหมายต้องเลิกสอนว่า ทหารยึดอำนาจได้สำเร็จย่อมเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ประกาศสิ่งใดมาก็เป็นกฎหมายใช้บังคับประชาชนได้ เพราะนี่เป็นต้นเหตุสำคัญของการรับรองรัฐประหารโดยฝ่ายตุลาการ และการมีเนติบริกรหรือนักกฎหมายไปช่วย ทำให้รัฐประหารชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างซับซ้อน ฝังรากลึกมากขึ้นเรื่อยๆ" ผศ.ดร.ปริญญา
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุด จะต้องดำเนินการแก้ไขกฎหมายก่อนรัฐประหารครั้งต่อไป คือ ทำตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ให้มีรัฐประหารครั้งหน้า มั่นใจว่าจะทำให้รัฐประหารหมดไป รักประชาธิปไตยกับการปกครองโดยกฎหมาย จะประสบความสำเร็จในประเทศไทยอย่างแน่นอน
ด้านนายโภคิน กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าหากศาลไม่รับรอง การทำรัฐประหารที่เกิดขึ้นวนไปวนมาในประเทศไทยคงหมดไปนานแล้ว ซึ่งขอยกตัวอย่างการทำรัฐประหาร 10 จาก 13 ครั้ง ว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่ประชาชนสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับคนทำผิดได้ ครั้นเมื่อปี 2514 นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ก็ได้ไปฟ้องศาล ปรากฏศาลยกฟ้องโดยให้เหตุผลว่านายอุทัย ไม่ใช่ผู้เสียหาย หลังจากนั้นกลับโดนจับขังคุก 10 ปี เหตุปั่นป่วนการเมือง
ส่วนในช่วงปี 2536 ที่ถูกรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ รสช. ซึ่งขณะนั้นมีนักการเมืองไม่ดีเยอะ ถูกตรวจสอบทรัพย์สินมากมายว่าได้มาอย่างสุจริตหรือไม่ ปรากฏมีการออกกฎหมายย้อนหลัง ทำตนโดนตัดสิทธิ์ทางการเมืองไป 5 ปี คนไม่เกี่ยวข้องกับการโดนยุบพรรคก็โดนด้วย อีกทั้ง กรณีในปี 2549 ที่นายฉลาด วรฉัตร อดีต ส.ส.ตราด พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ไปฟ้องศาล สุดท้ายศาลพิพากษายืนคนยึดอำนาจไม่มีความผิดเหมือนเดิม ต่อมาในปี 2557 กลับมาฟ้องร้องอีกครั้ง ก็ยังคงยกฟ้องเหตุเดิม คือ ประชาชนไม่ใช่ผู้เสียหาย รัฐบาลเท่านั้นคือผู้เสียหาย ก่อนตั้งคำถามว่า "ใครมันจะฟ้องตัวเองว่าทำผิดฐานกษฏ" ทุกอย่างดูซับซ้อนและไม่ชัดเจน
อดีตประธานรัฐสภา ยังกล่าวเห็นด้วยกับข้อเสนอแนวทางแก้ไขของผศ.ดร. ปริญญา ที่จะทำให้รัฐประหารหมดไปจากประเทศไทย ด้วยมาตรการทางกฎหมายและบรรทัดฐานของศาล ก่อนยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่ารัฐบาลที่มีกองหนุนเป็น ส.ว. 250 คน คงจะไม่มีทางยกเลิกอะไรที่เสียประโยชน์ ฉะนั้นทุกอย่างคงอยู่ที่ความกล้าหาญของศาลเท่านั้น
"ต้องมีรัฐธรรมนูญที่ชัดเจน ประชาชนทุกคนคือผู้เสียหาย เชื่อว่าทุกคนเรียนรู้ และฉลาดพอที่จะตัดสินใจได้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี" นายโภคิน กล่าว
ขณะที่ ศ.(พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า การยึดอำนาจช่วงใหม่ๆ จะมีการใช้อำนาจเต็มรูปแบบ คณะรัฐประหารมักจะไม่ออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากนั้นจะมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วใช้ในระยะยาว สุดท้ายจะนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่แก้ไขได้ยาก ซึ่งแนวทางของ ผศ.ดร. ปริญญา เป็นไปได้ยาก ต้องดูว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ปลดล็อกอะไรบ้าง และขอตั้งข้อสังเกตว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ดำเนินการโดยรัฐสภา ที่ต้องใช้จำนวนผู้เห็นชอบที่เป็นการปิดประตูตายไปแล้ว
"เห็นด้วยว่าการชำระบัญชีรัฐประหารครั้งเก่า ต้องมีการนำมาพิจารณาและปรับปรุง แม้จะไม่มีผลอะไรกับปัจจุบันมากนัก และมองว่าการที่ตัดสินว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ สามารถเป็น Positive Law ที่หลักสากลยอมรับ โดยทั่วโลก เช่น สหภาพยุโรปมีการวิเคราะห์ความเสียหายของรัฐประหารที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย แม้จะเป็นความหวังจากตุลาการเสียงข้างน้อยแค่ไม้ขีดไฟ ก็ยังถือว่าเป็นความหวัง ขอให้ไฟนั้นอย่าดับไป อย่าให้ผู้ศึกษากฎหมาย ท่องกฎหมายเมื่อปี 2490 อยู่ต่อไป ต้องมีการพัฒนาการ" ศ.(พิเศษ) ธงทอง กล่าว