ขณะที่นางสาวขวัญ อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย 11 ล้านบาท เปิดเผยว่า ตนเองและสามีได้นำเงินมาร่วมลงทุนกับสางสาวปิยะธิดา ทั้งหมด 15 ล้านบาท แยกเป็นของตัวเอง 11 ล้านบาท ที่เหลือเป็นของคนที่รู้จักเห็นว่าตนลงทุนออมเงินตัวนี้แล้วได้กำไรตอบแทนดีจึงได้ฝากเงินมาร่วมลงทุนด้วย แต่หลังจากที่นางสาวปิยะธิดา หายตัวไปทำให้ตนเองเดือดร้อนเพราะต้องชดใช้คนที่ฝากเงินร่วมลงทุนกว่า 3 ล้านบาท ทำให้ตนเองเดือดร้อนหนักมาก
ส่วนทางด้านคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีผู้เสียหายมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและดำเนินคดีกับนางสาวปิยะธิดา ที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี กว่า 30 ราย ส่วนท้องที่อื่นๆทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดน่าจะกว่า 100 ราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว และแนะนำให้ผู้เสียทั้งหมดกลับไปเตรียมเอกสารการสนทนา การโอนเงิน หรือเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาพบพนักงงานสอบสวนอีกครั้ง ส่วนตัวของนางสาวปิยะธิดานั้นล่าสุดทราบว่าได้ไปอยู่นอกพื้นที่แล้ว ในการตามตัวทางพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำและออกหมายเรียกนางสาวปิยะธิดามารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนจะแจ้งข้อหาใดนั้นต้องแยกพฤติกรรมเป็นเรื่องๆไป
ภาพ/ข่าว - เกียรติรัตน์ ชัยสกุลวงค์ สำนักข่าวเนชั่น จ.อุบลราชธานี