อย่างไรก็ตาม เพื่อลดกระทบการเดินทางสามารถตรวจสอบเที่ยววิ่งในแต่ละวันได้ทางเว็บไซต์ของทุกบริษัท หลังจากนั้นหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐคงต้องหยุดวิ่งทุกเส้นทางต่อไป
ขณะเดียวกันหากได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ปัจจุบันได้เสนอขอปรับขึ้นค่าโดยสารให้เป็นไปตามโครงสร้างของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ปัจจุบันราคาดีเซลอยู่ที่ 35 บาทต่อลิตร จะขอปรับขึ้นเป็น 59 สตางค์ต่อกิโลเมตร (กม.) จากเดิมที่เก็บอยู่ที่ 53 สตางค์ต่อ กม. หรือปรับขึ้น 6 สตางค์ต่อ กม. เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินรถ
“ที่ต้องการให้รัฐบาลพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารให้ เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มแบกภาระต้นทุนค่าน้ำมันไม่ไหวแล้ว และข้อเสนอของรัฐที่มีแนวทางการช่วยเหลือ ในลักษณะคูปองส่วนลดราคาน้ำมันดีเซล 2 บาทต่อลิตร มองว่าไม่ครอบคลุมกับราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นสูงอยู่ในขณะนี้ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารมากกว่า แต่ถ้าราคาน้ำมันมีการปรับตัวลดลงก็จะมีการปรับราคาค่าโดยสารลง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนต่อไป”
ส่วนสถานการณ์รถโดยสารในปัจจุบันนี้มีทั้งหมด ประมาณ 20,000 คันทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้ได้หยุดเดินรถแล้วประมาณ 40% เพราะทนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ขณะเดียวกันจำนวนผู้ใช้บริการอยู่ที่ 40-50% หรือเฉลี่ยประมาณ 17-18 คนต่อคัน โดยใช้บริการเฉพาะช่วงเช้า-เย็นเท่านั้น