“วันนี้ดอกเบี้ยในตลาดสูงเกินความเป็นจริง และเราเห็นเอสเอ็มอี และประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ หรือเข้าถึงด้วยดอกเบี้ยที่สูงมาก และเราเชื่อว่าเมื่อเราดึงดอกเบี้ยลงมา จะช่วยให้ดอกเบี้ยตลาดลงมาด้วย เหมือนตอนที่ทำจำนำทะเบียน ที่ช่วยดึงดอกเบี้ยในตลาดลดต่ำลงได้ ซึ่งเป็นผลดีกับผู้บริโภค”
อย่างไรก็ตาม นอกจากปล่อยสินเชื่อที่ดิน และขายฝากที่ดินแล้ว ระยะถัดไป บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะขยายการปล่อยสินเชื่อไปสู่ สินเชื่อบุคคลด้วย โดยคาดว่าจะเห็นได้ในกลางปี 2565 รวมถึงขยายไปสู่การปล่อยสินเชื่อประเภทอื่นๆเพิ่มเติมในอนาคต เพราะจากการร่วมทุนทั้ง 3ราย ทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ในการขยายตลาด จากฐานลูกค้าธนาคารออมสินที่มีกว่า 19ล้านคน บวกกับสาขาของธนาคารออมสินที่มี 1,052 แห่ง ขณะที่ทิพยมีฐานลูกค้าถึง 8 ล้านคน และบางจาก 5 ล้านคนและมีสถานีบริการน้ำมันถึง 1300 แห่ง
ส่วนในอนาคต จะผลักดันบริษัทดังกล่าวเข้าตลาดหลักทรัพย์หรือไม่นั้น ยังไม่ใช่เป้าประสงค์หลักของการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน แต่อนาคตหากบริษัทมีกำไรที่ดี ยั่งยืนมากขึ้น การเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นเรื่องที่พิจารณาได้ในอนาคต
สำหรับการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัทที่มี มีเงิน จำกัด จัดตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 1พันล้านบาท โดยออมสินถือหุ้น 49% ทิพย ถือหุ้น 31% และบางจากถือหุ้น 20% โดยธนาคารออมสินทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อ