ขณะที่การนัดตรวจหลักฐานคดีวันนี้ ศาลได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยซึ่งมีทนายความฟัง ซึ่งเบื้องต้นนายธนาธรให้การปฏิเสธ พร้อมรับว่าเป็นเจ้าของบัญชีโปรแกรมเฟซบุ๊กตามฟ้องจริง แต่ข้อความที่โจทก์ระบุในคำฟ้อง ไม่ตรงตามที่นายธนธรเผยแพร่ในเฟซบุ๊กทั้งหมด และข้อความที่เผยแพร่ในเฟชบุ๊กดังกล่าวไม่เป็นความผิด
ทำให้ทางโจทก์แถลงประสงค์อ้างพยานเอกสารรวม 27 ฉบับ และพยานวัตถุ 4 ชิ้น ศาลให้อีกฝ่ายตรวจดูแล้ว นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจำเลยแถลงไม่มีพยานเอกสารส่งต่อศาลในวันนี้ แต่ขออนุญาตส่งต่อศาลภายใน 1 เดือน นับแต่วันนี้ ซึ่งทางโจทก์ไม่ได้คัดค้าน ศาลจึงอนุญาตคู่ความแต่ละฝ่ายแถลงว่า ไม่สามารถรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพยานบุคคลและพยาน เอกสารของแต่ละฝ่ายได้
ทำให้ทางฝ่ายโจทก์แถลงว่า ประสงค์จะสืบพยานบุคคล จำนวน 42 อันดับ ซึ่งเป็นพยานกลุ่มผู้พบเห็นการเผยแพร่ข้อความทางบัญชีเฟซบุ๊กของจำเลย กลุ่มพยานผู้เชี่ยวชาญที่จะอธิบายว่าข้อความที่จำเลยเผยแพร่เป็นความผิดตามฟ้อง กลุ่มเจ้าพนักงานตำรวจผู้สืบสวน กลุ่มที่รู้เห็นเกี่ยวกับวัคซีน และกลุ่มพนักงานสอบสวน ซึ่งจำเป็นจะต้องนำเข้าสืบทุกปาก ขอใช้เวลา 5 นัด
ขณะที่ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจำเลย แถลงประสงค์จะสืบพยานตามบัญชีจำนวน 12 ปาก ซึ่งเป็นพยานเกี่ยวกับประเด็นว่า จำเลยเป็นผู้เผยแพร่ข้อความในบัญชีเฟซบุ๊กตามฟ้องหรือไม่ เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ พยานที่รู้เห็นเกี่ยวกับบริษัทสยามไอโอไซแอน จำกัด และกลุ่มเจ้าพนักงาน สาธารณสุข ขอใช้เวลา 3 นัด ศาลจึงพิจารณาเเล้วอนุญาตให้ศูนย์นัดความกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 5 นัด และนัดสืบพยานจำเลย 3 นัด ต่อไป