ขณะที่ เย็นในวันนี้ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นางนิมนต์ แสงใส อายุ 64 ปี อาศัยอยู่บ้านใกล้กันกับบ้านที่เกิดเหตุ ยังได้พาหลานสาว ชื่อน้องเอ นามสมมุติ อายุ 12 ปี เข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองชัยภูมิ หลังถูกคุกคามจากภรรยาของสารวัตรยศ พ.ต.ท.รายดังกล่าวด้วย
นางนิมนต์ เล่าว่า วันนี้ตนได้พาหลานสาวเข้าแจ้งความ หลังจากหลานสาวของตนถูกภรรยาสารวัตรรายนี้โทรไปหาหลายรอบ อีกทั้งยังบุกไปที่โรงเรียนเพื่อขอคลิปเสียงจากหลานสาวตนที่หลานสาวตนได้บันทึกเสียงในวันที่เกิดเหตุไว้ ตนมองว่าไม่เหมาะสมที่จะทำแบบนี้หากจะขอกันก็ให้มาขอที่บ้าน ไม่ใช่บุกไปขอที่โรงเรียน ซึ่งทำให้หลานตนตกใจหวาดกลัว จนร้องไห้ไม่หยุด ตนจึงพาเข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับ ร.ต.อ.นิพนธ์ เพื่อนสงคราม รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชัยภูมิ ไว้เป็นหลักฐานเพิ่มอีก
ในขณะที่ยายและหลานสาววัย 12ปี ได้เข้าแจ้งความอยู่นั้นทางภรรยาของสารวัตร พ.ต.ท.รายดังกล่าว ยังโทรมาหาหลานของตน จนทำให้มีการบันทึกวีดีโอขณะที่อยู่ที่ สภ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งทางต้นสายระบุว่าหลานของตนโทรไปก่อนทั้งๆที่หลานของตนไม่ได้รับสายดังกล่าว จึงพลาดกดผิดไป ทำให้ภรรยาของทางสารวัตรโทรมาหาเกี่ยวกับกรณีการถือปืนเข้าไปข่มขู่ หวังจะฆ่ายกครัวของทางนางจรรยา ภรรยา ร.ต.อ.
ซึ่งสอบถามไปยังน้องเอ นามสมมุติ เล่าว่า วันที่เกิดเหตุนั้นทางสารวัตรได้บุกมาที่หน้าบ้านที่อยู่ติดกันจริง ตนได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ตนจึงออกมาดูพบว่าสารวัตร พ.ต.ท.รายดังกล่าวมีอาการคล้ายคนเมา ขมขู่ว่าจะฆ่า 3 ศพที่อยู่บ้านนางจรรยา ก่อนที่จะเห็นในมือคล้ายถืออาวุธปืนแกว่งไปมา ซึ่งน้อง นร.สาววัย 12 ปี ยืนยันว่าสารวัตรรายดังกล่าวถือปืนมาจริง ส่วนวันนี้ตนตกใจเมื่อภรรยาของสารวัตรรายดังกล่าวบุกไปหาที่โรงเรียนและขอคลิปเสียงที่ตนบันทึกไว้ในวันที่เกิดเหตุ ทำให้ตนตกใจกลัวสุดขีด และ ขอให้ย่าพาเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชัยภูมิ ไว้เป็นหลักฐาน
ภาพ/ข่าว - สุทธิพงศ์ เสฎฐรังสี สำนักข่าวเนชั่น จ.ชัยภูมิ