กรมควบคุมโรค พบว่าช่วงอายุ 15-19 ปีมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ โดยมีสาเหตุจากการดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เป็นต้น ดังนั้นการสร้างความรอบรู้ทางด้านสุขภาพ (Health Literacy) ให้เยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เยาวชนเท่าทันต่อเหตุการณ์ต่างๆและสามารถตัดสินใจได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งในยุคโลกาภิวัตน์ที่ขับเคลื่อนโดยสื่อสังคมออนไลน์ การสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญ ประกอบกับวัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนเป็นหลัก เนื่องจากสื่อสารกันได้ง่ายและเข้าใจกันมากกว่า
จึงเป็นที่มาของโครงการพัฒนาเครือข่ายและหนุนเสริมศักยภาพครูและแกนนำนักศึกษาอาชีวศึกษา ป้องกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) ในสถานศึกษานี้ ที่เน้นการเสริมศักยภาพให้กับเยาวชนแกนนำนักเรียน ผ่านการสร้างสรรค์สื่อ และสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้สสส.ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสถาบันอาชีวศึกษาที่สนับสนุน ร่วมสร้างหลักสูตรแกนนำ และก่อให้เกิดแกนนำอาชีวศึกษาป้องกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) ในสถานศึกษา
นายพีระพงษ์ เผือกเหลือง รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม กล่าวว่า การดำเนินงานในพื้นที่มีอยู่ 4 ด้าน
ด้านที่ 1 การพัฒนาองค์ความรู้ให้กับบุคลากรในสถานศึกษาในพื้นที่ทั้งด้านสุขภาพ การบำบัดรักษ่ ด้านกฎหมาย พร้อมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้
ด้านที่ 2 ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างเครือข่ายด้านสารเสพติด หรือสิ่งเสพติดคือ โดยมีการตั้งกรุ๊ปไลน์อกแนวปฏิบัติในการเข้าไปดูแลตรวจสอบ
ด้านที่ 3 การบริหารจัดการเชิงรุก และเชิงรับ โดยมีการจัดตั้งศูนย์บริการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดในสถานศึกษา มีการคัดกรองเด็กกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดแล้ว เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป เช่น มีการตรวจสุขภาพนักศึกษา การจัดสายตรวจ การสำรวจกลับไปยังครอบครัว เป็นต้น
และด้านที่ 4 คือการเสริมแรง โดยจัดหาทุนการศึกษา และมอบเข็มเชิดชูนักเรียนที่เคยมีปัญหาแล้วกลับใจ เข้ามาเป็นสายจับตาและส่งข้อมูลการใช้สารเสพติด เหล้าบุหรี่ในโรงเรียน ส่วนครูอาจารย์ จะเพิ่มคะแนนการประเมินผลงานในแต่ละปี
"ก่อนที่ผมจะเข้ามาทำงานที่นี่ ถือว่ามีปัญหามาก มีร้านค้ามาขายเหล้าขายบุหรี่หน้าสถานศึกษา ทั้งที่เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย การแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับประสานมิตรเข้าไปดำเนินการตักเตือนป้องปรามสุดท้ายก็สามารถลดปัญหาได้เยอะมีการกำกับการขายให้กับนักเรียนนักศึกษา ปัจจุบัน เหลือไม่ถึง 1% เช่น เปิดเทอมมาได้ 2 สัปดาห์ สามารถตรวจจับคนที่มีบุหรี่ 2 คน จากนักเรียนทั้งหมดกว่า 2,500 คน ขณะนี้เราตั้งเป้าว่าในปีงบประมาณนี้หรือภายในมีนาคม 2566 สิ่งเสพติดและสารเสพติดในสถานศึกษาจะต้องเป็นศูนย์ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานจริงจัง” นายพีระพงษ์ กล่าว