3.วางแผนวางมือทางการเมือง
-หลายคนเชื่อว่านายกฯคิดโจทย์นี้แล้ว แต่ความยากก็คือ "บิ๊กตู่" เคยพูดเองในวงประชุมความมั่นคง ตั้งแต่ยึดอำนาจเข้ามาใหม่ๆ คือ กังวลเรื่องโดนเช็คบิล อาจถึงขั้นไม่มีแผ่นดินอยู่
ถ้าพรรคเพื่อไทย ก้าวไกล ชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ หรือได้ ส.ส.เสียงข้างมาก อาจใช้กระแสสังคมกดดัน ให้มีการยื่นคำร้องว่านายกฯล้มล้างการปกครอง นอกจากนั้นย้งมีกฎหมายใหม่ๆ หลายฉบับที่กำลังถูกผลักดันออกมา เช่น กฎหมายซ้อมทรมาน อาจย้อนศรมาโดนตัวเอง คือ เรื่องการใช้กฎหมายพิเศษ
ฉะนั้นการวางมือทางการเมืองไม่ง่าย เงื่อนไขต้องไม่ให้คู่แข่งแลนด์สไลด์ เพื่อคงอำนาจต่อรองไว้บ้าง และต้องไม่ให้ก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล
4.เคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่มาผสมโรงกันช่วงนี้ ช่วงเพิ่งเปิดสภา คือ ปัญหาในพรรคเศรษฐกิจไทย ที่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค จาก พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ตัดสินใจลาออก เพราะขัดแย้งกับผู้กองเรื่องแนวทางการทำงานการเมือง
โดย พล.อ.วิชญ์ เป็นตัวเชื่อมระหว่าง "ผู้กอง" กับ "บิ๊กป้อม" และรัฐบาล เมื่อ "บิ๊กน้อย" พ้นเก้าอี้พรรคเศรษฐกิจไทย ก็จะอยู่ใต้การควบคุมของ "ผู้กอง" เพียงคนเดียว และน่าจะเดินเกมป่วนในสมัยประชุมนี้
ขณะที่ฝั่งพรรคเพื่อไทย ก็โหนกระแส "ชัชชาติแลนด์สไลด์" ด้วยการ
-เร่งลงดาบอภิปรายงบประมาณ ทำการบ้านเต็มที่ โจมตีเต็มเหนี่ยว แถมจะไม่ลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 66 ด้วย โดยปกติจะงดออกเสียง ซึ่งเป็นมารยาท
-เลื่อนวาระประชุมรัฐสภาพิจารณากฎหมายลูกเลือกตั้งให้เร็วขึ้น (เผื่อนายกฯถอดใจ)
-อาจพิจารณายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
เพราะเหล็กต้องตีตอนร้อน!