เมื่อถามว่ามีการโยงเรื่องเฟซบุ๊ก “แตงโม” เกี่ยวข้องกับ “บังแจ็ค” นั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เรื่องนี้ทาง “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด พูดเลอะเทอะ โดยขอยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับตนเอง และส่วนตัวไม่เคยพบคุณแม่แน่นอน
“บังแจ็คไม่มีราคาสำหรับผม เพราะบังแจ็คเป็นพวก 18 มงกุฎ ฉะนั้นผมไม่คบคนพวกนี้ มันคนละเกรดกัน ถ้าผมจะทำ ผมเปิดเองดีกว่า และผมเปิดได้ดีกว่าตอนนี้อีก เหมือนคดีหวย 30 ล้าน ผมก็เปิดคลิปเสียง ไม่เห็นมีคดีอะไรตามมา ถ้างั้นผมเปิดดีกว่า ทำไมต้องให้บังแจ็ค ผมมีเครดิตดีกว่าร้อยเท่า และคนเชื่อถือผมมากกว่าบังแจ็ค”
ส่วนตัวเชื่อว่า คนที่ออกมาเปิดเผยรูปตอนนี้ เป็นคนดีและไม่ใช่ “บังแจ็ค” โดยคนนี้อยู่ในประเทศไทย ส่วนข้อมูลจะเชื่อถือได้หรือไม่ มองว่า คนที่เข้าถึงภาพพวกนี้ ตอนแรกมีอยู่ 3 คน แต่คาดว่า ทั้งหมดไม่เกี่ยวข้อง โดยรูปที่ถูกปล่อยอาจอยู่ในวงการเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคนปล่อยออกมา
ถามว่า หากอัยการส่งฟ้องผู้ต้องหาวันที่ 27 พ.ค. ตามที่ “ทนายเดชา” พูดนั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า คงไม่ส่งฟ้องตามวันเวลาดังกล่าว เพราะต้องทำสำนวนให้ละเอียดรอบคอบ เนื่องจากหากมีรูปทำร้ายหลุดออกมา คงเป็นเรื่องไม่ดี ฉะนั้นเชื่อว่าอัยการจะทำคดีนี้ให้ดีที่สุด เพราะเป็นคดีประวัติศาสตร์
“ส่วนตัวผมสงสารจ๊อบ (นิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร) ที่ตกเป็นผู้ต้องหาประมาทร่วม เพราะเขาเป็นแค่ลูกจ้าง ต้องมาตกเป็นจำเลย และยังต้องเห็นเหตุการณ์บนเรือ โดยตอนนี้ยังสามารถกลับตัวเป็นพยานได้”
ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า จะนำเรื่องเข้าสู่ระบบวุฒิสภา เพื่อลงเลขรับว่า มีการยื่นเรื่องซ้ำซ้อนหรือไม่ โดยจะพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป
“ขอย้ำว่า จะไม่มีการแทรกแซงก้าวก่าย เมื่อมีคนร้องมา จะดูว่าเราสามารถส่งไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้หรือไม่ กมธ.ไม่ได้มีหน้าที่ไปสั่งการ แต่มีหน้าที่ในการประสานงาน ซึ่งจะได้ผลเป็นอย่างไร จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”
ด้าน พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ กมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ระบุว่า สถานการณ์ในขณะนี้ ไม่ได้บานปลาย แต่เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้ภูเขาน้ำแข็ง เป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน ไม่มีใครกล้าที่จะทำ หากมีใครกล้าทำ จะถูกคุ้ยแคะสารพัด เพราะก่อนนายอัจฉริยะ ตนก็ได้ทำมาแล้วในบทบาทของ ส.ว.
ส่วนกรณีของคราบเลือดนั้น เป็นหน้าที่ของวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถตรวจหาได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว หากมีอยู่จริง โดยขอย้ำว่า ตนและนายอัจฉริยะ แยกกันทำงาน โดยตนเองทำงานด้วยวิทยาศาสตร์ เมื่อเห็นแผลถลอกก้างปลา ซึ่งตรงนี้จะนำไปสู่กุญแจตัวหนึ่ง แต่ตอนนั้นพูดไม่ได้ เพราะตำรวจกำลังทำงาน อาจผิดจริยธรรมของ ส.ว.
แต่เมื่อตำรวจทำงานเสร็จแล้ว เราสามารถพูดคุยได้ เมื่อมีผู้มาถาม ส่วนความสนใจในแผลก้างปลา เพราะเป็นแผลวิทยาศาสตร์ที่บอกจุดตกได้ เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านเรือยืนยันตรงกันหมดว่า จุดตกคือหัวเรือ ดังนั้นเมื่อจุดตกไม่ตรงกับคำให้การ เราต้องฟังวิทยาศาสตร์
“แผลดังกล่าว เป็นแผลถลอกตื้น ขนานกันที่ต้นขา ด้านหลัง และที่น่องด้านหลัง ตั้งแต่บนลงล่าง เฉียงจากนอกเข้าในสม่ำเสมอ นั่นแปลว่า ไม่ใช่มนุษย์ทำ สิ่งที่เป็นไปได้ คือ ถูกใบพัดเรือ และใบพัดที่จะพัดตรงขนาดนี้ กระแสน้ำต้องพาร่างตรงๆ ผ่านใบพัด ดังนั้นต้องไปดูว่าส่วนไหนที่กระแสน้ำจะตรง และอีกส่วนหนึ่งที่แผลไม่ลึกนั้น เพราะฟินเรือบัง จึงกดร่างไม่ให้โดนใบพัด ไม่ให้บาดลึก”