เดือดอีก! "อัจฉริยะ" ยื่น กมธ.ประสาน "ดีเอสไอ" ตรวจสอบ "คราบเลือด" บนเรือที่ "แตงโม" พลัดตกน้ำ แย้มหนึ่งในผู้ต้องหาบนเรือให้ข้อมูล ซัดไม่ให้ราคา "บังแจ็ค" เชื่อ "พลเมืองดี" ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ปล่อยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กผู้ตาย ด้าน "หมอพรทิพย์" ชี้แผลก้างปลากุญแจสำคัญ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (23 พ.ค.) ที่รัฐสภา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือต่อประธานกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ขอให้ทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจเรือลำเกิดเหตุคดี “แตงโม นิดา” พลัดตกน้ำเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ เพื่อหาคราบเลือดบนเรือ

 

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า คดีนี้เราพบหลักฐานสำคัญ จึงอยากให้มีการตรวจสอบคราบเลือดบนเรือ ส่วนกรณีที่นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของ “แตงโม” ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า มีหลักฐานนานแล้วว่า มีการถูกทำร้ายบนเรือ ตรงนี้น่าสงสัยว่า ในฐานะทนายความ ทำไมไม่สู้ต่อ เพราะคดีนี้ไม่ประมาท แต่มีการทำร้ายร่างกายกัน

"อัจฉริยะ" หวัง "ดีเอสไอ" ตรวจคราบเลือดบนเรือ "แตงโม" แย้มพยานให้ข้อมูล

ทำไมคุณไม่ทำหน้าที่ทนายความที่ดี ทำไมต้องให้ผมมาเปิด ถูกมั้ย ฉะนั้นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ มันยังมีสิ่งที่ต้องทำหลายขั้นตอน เช่น ถ้าเราจะเอาพยานหลักฐานไปมัดผู้ต้องหาทั้งหมด ต้องให้เจอคราบเลือด เจอมีด หรือวัตถุพยานสำคัญ ที่จะมัดคดีนี้ทั้งหมด โดยภาพและคลิปต่างๆ เรามีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า เราจะมัดเขายังไง เพราะเขาอาจอ้างว่า ภาพตัดต่อก็ได้”

 

หลังจากนี้จะมีการนำโดรนลงใต้น้ำ ไล่ตั้งแต่สะพานซังฮี้ ถึงสะพานพระราม 8 เพื่อตามหาวัตถุพยานอย่างมีด โดยวันพรุ่งนี้ (24 พ.ค.) จะแจ้งความเอาผิด ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมเปิดหลักฐานบางชิ้น เกี่ยวกับเรื่องไป 6 กลับ 5 ของคนบนเรือ ซึ่งหลักฐานตรงนี้ จะเป็นคนละเรื่องกับข้อมูลตำรวจ

ผมบอกได้แค่ว่า เป็นเรื่องไป 6 กลับ 5 แล้วเวลาที่แตงโมตก ไม่ใช่เวลาที่ตำรวจพูด ช่วง 4 ทุ่มครึ่ง แต่แตงโมหายไปช่วง 4 ทุ่มเศษๆ ตรงนี้จะส่งผลกระทบไปถึงงานแถลงข่าวปิดคดีของตำรวจ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.เป็นเฟกนิวส์ทั้งหมด แต่เป็นการมโน ด้วยการใช้นิติไสยศาสตร์ ไม่ใช่นิติวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญวงจรปิดของเจ้าหน้าที่ มาเรียนกับทีมงานผม”

"อัจฉริยะ" หวัง "ดีเอสไอ" ตรวจคราบเลือดบนเรือ "แตงโม" แย้มพยานให้ข้อมูล

โดยคลิปนี้ เป็นคลิปที่ตำรวจภูธรภาค 1 เห็นอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมทำงานให้ตรงไปตรงมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตรับเงิน แต่เป็นเรื่องฝีมือไม่ถึงมากกว่า   

 

ถ้าดีเอสไอไม่รับตรวจสอบเรื่องคราบเลือด เชื่อว่า เขาคงไม่รับเป็นคดีพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้มีการยื่นกล่าวโทษว่า มีคนบนเรือก่อเหตุฆาตกรรมอำพราง โดยตนเองมั่นใจว่า มีคราบเลือดบนเรือ เพราะมี 1 ใน 5 คน แจ้งข้อมูลว่า มีเลือดอยู่ตรงไหน

 

เบื้องต้นทางดีเอสไอ ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่า จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยตอนนี้มีการเรียกสอบผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ถ้าหากยอมรับหนังสือตรวจคราบเลือด แสดงว่า เขามีความจริงใจให้เรา ฉะนั้นถ้าไม่อยากรับเป็นคดีพิเศษ ควรบอกกันตรงๆ จะได้ไม่เสียเวลา พาผู้เชี่ยวชาญไปให้ปากคำ เพราะอธิบดีดีเอสไอ อาจเกรงใจตำรวจ ไม่ยอมรับทำคดี

"อัจฉริยะ" หวัง "ดีเอสไอ" ตรวจคราบเลือดบนเรือ "แตงโม" แย้มพยานให้ข้อมูล

กระทรวงยุติธรรมในยุคนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และอธิบดีดีเอสไอ หากไม่รับทำคดี ผมจะถือเป็นยุคตกต่ำที่สุด และผมจะมีการดำเนินคดีกับกระบวนการของดีเอสไอ”

 

ผู้สื่อข่าวถึงกรณีคุณแม่เริ่มเชื่อว่าเป็นคดีฆาตกรรมนั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ไม่อยากให้คุณแม่เชื่อตนเองขนาดนั้น เพราะอาจไปกระทบใจคนอื่น โดยส่วนตัวมีหน้าที่พิสูจน์ความจริงให้เห็น และทนายความก็ควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ใช่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า รู้แล้วเรื่องคลิปและภาพนิ่งซ้อม “แตงโม” แต่ไม่ยอมยื่นให้ตำรวจ และอัยการ

เมื่อถามว่ามีการโยงเรื่องเฟซบุ๊ก “แตงโม” เกี่ยวข้องกับ “บังแจ็ค” นั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เรื่องนี้ทาง “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด พูดเลอะเทอะ โดยขอยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับตนเอง และส่วนตัวไม่เคยพบคุณแม่แน่นอน

"อัจฉริยะ" หวัง "ดีเอสไอ" ตรวจคราบเลือดบนเรือ "แตงโม" แย้มพยานให้ข้อมูล

บังแจ็คไม่มีราคาสำหรับผม เพราะบังแจ็คเป็นพวก 18 มงกุฎ ฉะนั้นผมไม่คบคนพวกนี้ มันคนละเกรดกัน ถ้าผมจะทำ ผมเปิดเองดีกว่า และผมเปิดได้ดีกว่าตอนนี้อีก เหมือนคดีหวย 30 ล้าน ผมก็เปิดคลิปเสียง ไม่เห็นมีคดีอะไรตามมา ถ้างั้นผมเปิดดีกว่า ทำไมต้องให้บังแจ็ค ผมมีเครดิตดีกว่าร้อยเท่า และคนเชื่อถือผมมากกว่าบังแจ็ค”

 

ส่วนตัวเชื่อว่า คนที่ออกมาเปิดเผยรูปตอนนี้ เป็นคนดีและไม่ใช่ “บังแจ็ค” โดยคนนี้อยู่ในประเทศไทย ส่วนข้อมูลจะเชื่อถือได้หรือไม่ มองว่า คนที่เข้าถึงภาพพวกนี้ ตอนแรกมีอยู่ 3 คน แต่คาดว่า ทั้งหมดไม่เกี่ยวข้อง โดยรูปที่ถูกปล่อยอาจอยู่ในวงการเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคนปล่อยออกมา

 

ถามว่า หากอัยการส่งฟ้องผู้ต้องหาวันที่ 27 พ.ค. ตามที่ “ทนายเดชา” พูดนั้น นายอัจฉริยะ กล่าวว่า คงไม่ส่งฟ้องตามวันเวลาดังกล่าว เพราะต้องทำสำนวนให้ละเอียดรอบคอบ เนื่องจากหากมีรูปทำร้ายหลุดออกมา คงเป็นเรื่องไม่ดี ฉะนั้นเชื่อว่าอัยการจะทำคดีนี้ให้ดีที่สุด เพราะเป็นคดีประวัติศาสตร์

"อัจฉริยะ" หวัง "ดีเอสไอ" ตรวจคราบเลือดบนเรือ "แตงโม" แย้มพยานให้ข้อมูล

ส่วนตัวผมสงสารจ๊อบ (นิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร) ที่ตกเป็นผู้ต้องหาประมาทร่วม เพราะเขาเป็นแค่ลูกจ้าง ต้องมาตกเป็นจำเลย และยังต้องเห็นเหตุการณ์บนเรือ โดยตอนนี้ยังสามารถกลับตัวเป็นพยานได้”

 

ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า จะนำเรื่องเข้าสู่ระบบวุฒิสภา เพื่อลงเลขรับว่า มีการยื่นเรื่องซ้ำซ้อนหรือไม่ โดยจะพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป

 

ขอย้ำว่า จะไม่มีการแทรกแซงก้าวก่าย เมื่อมีคนร้องมา จะดูว่าเราสามารถส่งไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้หรือไม่ กมธ.ไม่ได้มีหน้าที่ไปสั่งการ แต่มีหน้าที่ในการประสานงาน ซึ่งจะได้ผลเป็นอย่างไร จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

"อัจฉริยะ" หวัง "ดีเอสไอ" ตรวจคราบเลือดบนเรือ "แตงโม" แย้มพยานให้ข้อมูล

ด้าน พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ กมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ระบุว่า สถานการณ์ในขณะนี้ ไม่ได้บานปลาย แต่เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้ภูเขาน้ำแข็ง เป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน ไม่มีใครกล้าที่จะทำ หากมีใครกล้าทำ จะถูกคุ้ยแคะสารพัด เพราะก่อนนายอัจฉริยะ ตนก็ได้ทำมาแล้วในบทบาทของ ส.ว.

 

ส่วนกรณีของคราบเลือดนั้น เป็นหน้าที่ของวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถตรวจหาได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว หากมีอยู่จริง โดยขอย้ำว่า ตนและนายอัจฉริยะ แยกกันทำงาน โดยตนเองทำงานด้วยวิทยาศาสตร์ เมื่อเห็นแผลถลอกก้างปลา ซึ่งตรงนี้จะนำไปสู่กุญแจตัวหนึ่ง แต่ตอนนั้นพูดไม่ได้ เพราะตำรวจกำลังทำงาน อาจผิดจริยธรรมของ ส.ว.

"อัจฉริยะ" หวัง "ดีเอสไอ" ตรวจคราบเลือดบนเรือ "แตงโม" แย้มพยานให้ข้อมูล

แต่เมื่อตำรวจทำงานเสร็จแล้ว เราสามารถพูดคุยได้ เมื่อมีผู้มาถาม ส่วนความสนใจในแผลก้างปลา เพราะเป็นแผลวิทยาศาสตร์ที่บอกจุดตกได้ เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านเรือยืนยันตรงกันหมดว่า จุดตกคือหัวเรือ ดังนั้นเมื่อจุดตกไม่ตรงกับคำให้การ เราต้องฟังวิทยาศาสตร์

 

“แผลดังกล่าว เป็นแผลถลอกตื้น ขนานกันที่ต้นขา ด้านหลัง และที่น่องด้านหลัง ตั้งแต่บนลงล่าง เฉียงจากนอกเข้าในสม่ำเสมอ นั่นแปลว่า ไม่ใช่มนุษย์ทำ สิ่งที่เป็นไปได้ คือ ถูกใบพัดเรือ และใบพัดที่จะพัดตรงขนาดนี้ กระแสน้ำต้องพาร่างตรงๆ ผ่านใบพัด ดังนั้นต้องไปดูว่าส่วนไหนที่กระแสน้ำจะตรง และอีกส่วนหนึ่งที่แผลไม่ลึกนั้น เพราะฟินเรือบัง จึงกดร่างไม่ให้โดนใบพัด ไม่ให้บาดลึก”    

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด